เป็นเพื่อน..เป็นพี่..เป็นน้อง..แลกเปลี่ยน..เรียนรู้...เปิดกว้าง...

การจัดการความรู้เป็นกระบวนการ ไม่ใช่เป้าหมาย..เราต้องศึกษา ต้องเข้าใจ และช่วยกันสร้างกระบวนการkmให้เป็นกิจวัตร..เป็นวิถี..ฝังอยู่ในทุกๆขั้นตอนของการทำงานของเรา พร้อมๆไปกับการลงมือปฏิบัติ ต้องบันทึกความรู้ไว้ด้วย..นำมาแลกเปลี่ยนกัน แชร์กัน ..รวบรวมโดยสร้างคลังความรู้ไว้สนับสนุน.. นพ.วิจารณ์ พานิช ให้ความหมาย “การจัดการความรู้” สำหรับนักปฏิบัติ ...คือเครื่องมือ เพื่อการบรรลุเป้าหมายอย่างน้อย 4 ประการไปพร้อมๆ กัน ได้แก่ 1. บรรลุเป้าหมายของงาน 2. บรรลุเป้าหมายการพัฒนาคน 3. บรรลุเป้าหมายการพัฒนาองค์กรไปเป็นองค์กรเรียนรู้ และ 4. บรรลุความเป็นชุมชน เป็นหมู่คณะ ความเอื้ออาทรระหว่างกันในที่ทำงาน

Blog Archive

Search

กำลังโหลด...

Blog Archive


ใครมีเทคนิค ทักษะ ประสบการณ์ เคล็ดลับ ข้อพึงระวัง...บทเรียนในการทำงาน..จากการลงมือปฏิบัติ...นำมาแบ่งปันกัน...ในบ้านจัดการความรู้ของเรา..นะ..นะ..ส่งมาเลย...

ใครทำอะไร?..ในศูนย์ฯลำปางบ้าง...

ใครทำอะไร?..ในศูนย์ฯลำปางบ้าง...
25 ชีวิต..51 ไร่...กับ 8 จังหวัด..เรายังเป็นพี่น้อง..เป็นข่าย..เป็นเครือ..กันอยู่..

ดอกไม้หลากสี...ที่หลากหลาย...

ดอกไม้หลากสี...ที่หลากหลาย...
มีความรู้มากมาย..สะสมผ่านประสบการณ์การทำงาน..ถ้า 1 คน 1 เรื่อง..ผ่านการเล่าให้ฟัง...หรือเขียนเล่าก็ได้...คงรวบรวมความรู้ในตัวคน พช.ได้มากมาย...หากนำไปปรับใช้ได้..ยิ่งต้องงดงาม..เหมือนดอกไม้หลากสี..ที่หลากหลาย...

โครงการ KM DELIVERY

โครงการ KM DELIVERY
การจัดการความรู้ส่งตรงถึงที่ปี 2

พัฒนาร่วมสร้าง..เส้นทางสู่ความเป็นเลิศ...

ทีมสนับสนุนจังหวัดเปิดตัวครั้งแรก ในเดือนมิถุนายน 2553... ด้วยโครงการ..พัฒนาร่วมสร้าง..เส้นทางสู่ความเป็นเลิศ..พบกับพี่น้องและผองเพื่อน พช.ในพื้นที่ 8 จังหวัด..เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น..แชร์ความรู้..สร้างเครือข่าย..เพิ่มช่องทางการทำงานร่วมกันระหว่างคน พช. ..คอเดียวกัน...



ทีมสนับสนุนการจัดการความรู้

ทีมสนับสนุนการจัดการความรู้
ดร.สงัด หมื่นตาบุตร

ทีมสนับสนุนการจัดการความรู้

ทีมสนับสนุนการจัดการความรู้
นายวิชัย ศรีสวัสดิ์ pichitchaifarm@hotmail.com

ทีมสนับสนุนการจัดการความรู้

ทีมสนับสนุนการจัดการความรู้
นางอัญชลี ป่งแก้ว anchalee3560@gmail.com

ทีมสนับสนุนการจัดการความรู้

ทีมสนับสนุนการจัดการความรู้
นายเกรียงไกร สิงห์แก้ว nannok14@hotmail.com

ทีมสนับสนุนการจัดการความรู้

ทีมสนับสนุนการจัดการความรู้
นางดวงธิดา อำนาจผูก

ทีมสนับสนุนการจัดการความรู้

ทีมสนับสนุนการจัดการความรู้
นายธาดา ธีระวาทิน

ทีมสนับสนุนการจัดการความรู้

ทีมสนับสนุนการจัดการความรู้
นายชูชาติ บุญธรรม

ทีมสนับสนุนการจัดการความรู้

ทีมสนับสนุนการจัดการความรู้
นายธนาศักดิ์ เตชะวงศ์

ผู้ติดตาม

การเปลี่ยนแปลง...เป็นการเรียนรู้...

การเปลี่ยนแปลง...เป็นการเรียนรู้...
ทีมงานศูนย์ฯออกไปอีกแล้ว..(พี่เผือก+พี่แหม่ม+พี่โป่+พี่นิต+เชษฐ์+ลุงบาน(เกษียณ))
วันพุธที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เรียนรู้..มองผ่านการจัดเวที KM-5



          ทีมสนับสนุนการจัดการความรู้     ได้จัดเวทีในวันพุธที่ 30 มิ.ย.53 เรียกว่าเป็นเวทีการจัดการความรู้ครั้งที่ 5 ของศูนย์ฯลำปาง..( เวทีสรุปบทเรียนการจัดเก็บความรู้ผ่านการเล่าเรื่อง )  มีกระบวนการ/ประเด็นเดินเวที คือ..
1.ทบทวน KM-4(สรุปบทเรียนจากการฝึกปฏิบัติ-จับคู่เล่าเรื่อง)
2.ให้ทีมสนับสนุนจังหวัดเล่า+ภาพประกอบทีมละ 10 นาที
3.สรุปบทเรียนร่วมกัน
          *คาดหวังว่าอย่างไร **อะไรที่เกิดขึ้นจริง (ที่ทำได้ดีและทำได้ไม่ดี) ***ทำไมเป็นเช่นนั้น..****ได้เรียนรู้อะไร+ข้อเสนอแนะที่จะทำให้ทำได้ดีในครั้งต่อไป..
4.การบันทึกเรื่องเล่า...สกัด/วิเคราะห์เป็นขุมความรู้..และแก่นความรู้
5.จะช่วยกันจัดการความรู้คนในศูนย์ฯอย่างไร?
         *เล่าเรื่อง?
         *บันทึกองค์ความรู้?
6.วางแผนปฏิบัติการKMคนศูนย์ฯ เข้าคลังความรู้



               หลังจากแต่ละทีมงานฯ ได้เล่าเรื่องราวสู่กันฟัง ถึงวิธีการที่ไปจัดเก็บความรู้บุคคลเป้าหมายในพื้นที่ 8 จังหวัด พร้อมกับมีการฉายภาพประกอบไปด้วย โดยเฉพาะทีมงานสนับสนุนจังหวัดแพร่/น่าน นำทีมโดย ดร.สงัด หมื่นตาบุตร ได้ถ่ายภาพบรรยากาศการออกพื้นที่เป็นคลิปวีดีโอนำเสนอแบบ กบนอกกะลา...เชียวนะ..
               การเริ่มต้นเวทีสรุปบทเรียนฯ ด้วยบรรยากาศแบบเล่าสู่กันฟัง..และมีภาพประกอบให้บรรยากาศ..สภาพพื้นที่..และวิธีทำงานของแต่ละทีมงาน..ทำให้เวที KM-5 ครั้งนี้ เคลื่อนต่อไปด้วยความเป็นกันเอง..เป็นพี่เป็นน้อง..มีน้องนักศึกษาฝึกงานจาก ม.ราชภัฎลำปางทั้งสี่คนช่วยเก็บประเด็น..สรุปผลขึ้น mind-map ให้..

สรุปบทเรียน..การปรับใช้เทคนิคStorytelling ของทีมศูนย์ฯ
                เราเลือกเฉพาะประเด็นที่เป็นข้อค้นพบของทีมฯ  ที่ทำให้การจัดเก็บความรู้ในพื้นที่ครั้งนี้ทำได้ดีเท่านั้น..
                คนเล่า(บุคคลเป้าหมาย 8 จังหวัด) จะเล่าได้ดีเพราะ มีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ทั้งเตรียมประเด็นและเนื้อหารายละเอียดของเรื่องราวประสบการณ์ที่จะเล่า คนเล่ามีประสบการณ์ในการลงมือปฏิบัติ มีภูมิความรู้ในเรื่องที่จะเล่า และอยากเล่าอยากเผยแพร่ประสบการณ์ความรู้ต่อเรื่องเล่านั้นๆ..
                คนฟัง..ก็คือทีมงานของศูนย์ฯ ตั้งใจฟัง..มีการชื่นชมเป็นระยะๆ มีการประสานงานพูดคุยกับคนเล่าเรื่องล่วงหน้า ทั้งเรื่องหัวข้อความรู้/ความสำเร็จที่บุคคลเป้าหมายจะเล่า และประเด็นคำถามหลักๆ..ให้ได้เตรียมตัวล่วงหน้า
                คนบันทึกข้อมูล มีเครื่องมือช่วย..เครื่องบันทึกเสียงจะช่วยเก็บรายละเอียดหรือประเด็นสำคัญๆได้ดีกว่าการจดบันทึก/จับประเด็นอย่างเดียว..และถ่ายภาพนิ่ง หรือวีดีทัศน์ไว้..เพราะรูปภาพสามารถอธิบาย..ให้เห็นบรรยากาศ..ภาพรวม..ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
                คนซักถาม..(บางทีมก็คือคนเดียวกันกับคนฟัง/คนบันทึก)..ตั้งใจฟังคนเล่า..ปล่อยให้คนเล่าๆตามสบาย จะถามด้วยความสนใจและถามเพื่อให้คนเล่าให้รายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อความชัดเจนยิ่งขึ้นเท่านั้น และรู้จังหวะที่จะถาม..ถ้าคนถามเข้าใจหรือศึกษาประเด็นเรื่องเล่านั้นๆมาก่อน จะทำให้สามารถดึงเอาความรู้ ประสบการณ์จากคนเล่าได้ดี
                 และช่วยกันสร้างบรรยากาศทั้งคนเล่าและทีมงานฯ.ให้อยากเล่าอยากคุย เป็นกันเอง ไม่เร่งรีบ..สนุกสนาน..เฮฮา..ได้ความรู้..

ความรู้ในตัวคน พช.เรามีมากมาย..หลากหลาย.. ทำอย่างไร? จะเอาออกมาแชร์กัน มาเผยแพร่..ให้พี่น้อง พช.เรา...หลังจากพวกเราได้ลงพื้นที่ บันทึกความรู้จากพี่น้อง พช.ผ่านการเล่าเรื่องมาแล้ว แต่ละทีมจังหวัดได้เอาข้อมูล..เรื่องเล่าที่ได้มาขีดเขียน..เรียบเรียง..และวิเคราะห์สังเคราะห์..จัดหมวดจัดกลุ่มความรู้เป็นขุมความรู้และแก่นความรู้...เผยแพร่ผ่านบล๊อกKMของศูนย์ฯ และส่งสถาบันการพัฒนาชุมชนเผยแพร่ตามโครงการ KM DELIVERYในช่วงเดือนกรกฎาคม2553..ที่ผ่านมา
เสียงสะท้อน..ที่เป็นข้อคิดเห็นเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
              นี่นับเป็นครั้งแรก..ของคนศูนย์ฯลำปาง ที่ได้เผยแพร่ผลงานที่คิดว่าเป็นความรู้ของคน พช.ออกไป..จึงได้รับเสียงสะท้อนกลับมาอย่างมากมาย..ทั้งคำชื่นชมและข้อแนะนำ..ให้ปรับปรุง เพิ่มเติม หรือแก้ไข..ซึ่งเราทีมงานศูนย์ฯลำปางทุกคนขอน้อมรับด้วยความ..ขอบคุณอย่างมากมายค่ะ..ครับ..
              ตัวอย่างข้อคิดเห็น...

  •  บางเรื่องเป็นแค่เพียงบทความทางวิชาการธรรมดา ยังไม่ได้สะท้อนองค์ความรู้เกี่ยวกับงานพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะองค์ความรู้ภายในขององค์กร หรือบุคคล ที่ดึงเอาความรู้ที่ฝังอยู่ในตัว ออกมาตีแผ่ให้ชุมชนนักปฏิบัติได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกัน...เกรงว่าจะทำให้KMในความหมายที่แท้จริงถูกบิดเบือน...

  • มีระบบการติดตามประเมินผลหรือไม่..คนอ่านมีความพึงพอใจหรือมีข้อเสนอแนะอย่างไรบ้าง

  • ทุกประเด็นในขุมความรู้..ล้วนเป็นวิธีปฏิบัติ..เป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จใช่หรือไม่..

  • แก่นความรู้เป็นการสรุปประเด็น / จัดหมวดหมู่มาจากขุมความรู้ใช่ไหมค่ะ..

  • ฯลฯ              
                 คำชื่นชมก็เยอะมากค่ะ...ผ่านมาทางระบบ 0A..พวกเราทีมงานKM ได้บทเรียนในครั้งนี้ร่วมกันว่า  สุ จิ ปุ ลิ ...เป็นเรื่องที่พวกเราจะต้องฝึกฝนและเรียนรู้กันอีกเยอะมาก..ทั้งในเรื่องของ สูตะ - การฟัง  จิตตะ - หรือจินตนาการ..รู้จักการคิด การวิเคราะห์..เชื่อมโยง  เรื่องของปุจฉา รู้จักการตั้งคำถามเพื่อหาคำตอบ..โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลิขิต..เราจะยังฝึกฝนการจดบันทึก การขีดเขียน... เพื่อเป็นนักจัดการความรู้ที่ดีต่อไป...จะพยายาม... 

0 ความคิดเห็น: