วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

การทำเครื่องปั้นดินเผา


ชื่อความรู้/ความเชี่ยวชาญในอาชีพ        การทำเครื่องปั้นดินเผา
เจ้าขององค์ความรู้      นาย สายชน จันทร์สม
ที่อยู่    123 หมู่1 2 ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์     08 6114 4718 และ 08 8400 7415

ความเป็นมา แรงบันดาลใจ/เหตุผลที่ดำเนินการ
          เป็นการสืบสานภูมิปัญญาจากคนรุ่นก่อน มาจนถึงปัจจุบัน การปั้นหม้อเป็นการที่เราต้องใช้จิตใจให้นิ่ง ใจเย็น เป็นการสร้างสุขภาพให้แข็งแรง เป็นการออกกำลังกายไปในตัว และเป็นการสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน สร้างรายได้เชื่อมโยงของคนในหมู่บ้าน เช่น คนที่ไม่ปั้นแต่ขายของ จากคนที่ศึกษาดูงานก็ต้องซื้อของในหมู่บ้าน เป็นการเชื่อมโยงกัน
วัตถุประสงค์
          1. ให้คนในชุมชนมีสุขภาพแข็งแรง
          2. สร้างรายได้ สร้างชื่อเสียงให้หมู่บ้าน
          3. เป็นการสร้างความสามัคคีให้คนในชุมชน
วัตถุดิบ
          1. ทราย
          2. ดิน (ดินหาได้เฉพาะในพื้นที่)
          3. น้ำ
          4. ฟืน


อุปกรณ์
          1. เครื่องอัดดิน
          2. แท่นปั้น
          3. ฟองน้ำ
          4. ถังน้ำ
          5. มือ
กระบวนการ/ขั้นตอนการทำ (ทำอย่างไร)
          ขั้นที่1. เตรียมดินเหนียวที่คัดแล้ว
          ขั้นที่2. หมักดินในบ่อหมัก ประมาณ 2-3 ชั่วโมง แล้วปล่อยน้ำทิ้งรอให้ดินหมาดๆ
          ขั้นที่3. นำเข้าเครื่องอัด ประมาณ 3-4 รอบ แล้วผสมทรายละเอียด 3/1 ส่วน
          ขั้นที่4. นำไปปั้นขึ้นรูป ตามความต้องการ
          ขั้นที่5. นำมาตกแต่งลวดลาย
          ขั้นที่6. ผึ่งในที่ร่มให้แห้ง รอเข้าเตาเผา
          ขั้นที่7. เก็บเข้าเตาเผาทำการอุ่นไฟไล่อุณหภูมิใช้เวลา 2 วัน 1 คืน
          ขั้นที่8. นำออกจากเตาเผา ตกแต่งสีตามความต้องการ ราคาเริ่มต้นที่ 10-3,000 บาท
ข้อพึงระวัง
          การขนย้ายต้องใช้กระดาษห่อป้องกันการเสียดสีของตัวผลิตภัณฑ์ และป้องกันการแตกหัก
ข้อเสนอแนะ
          -

ชื่อผู้สัมภาษณ์   ว่าที่ ร.ต. ชัยณรงค์ บัวคำ
ตำแหน่ง          นักทรัพยากรบุคคล
วันที่สัมภาษณ์   15 ธันวาคม 2559


เกษตรผสมผสานแบบทฤษฏีใหม่


ชื่อความรู้/ความเชี่ยวชาญในอาชีพ        เกษตรผสมผสานแบบทฤษฏีใหม่
เจ้าขององค์ความรู้     นาย ณัฐกร ก๋องมูล
ที่อยู่     286/1 หมู่ที่5 ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์    08 9852 8581

ความเป็นมา แรงบันดาลใจ/เหตุผลที่ดำเนินการ
          ที่ต้องการมาอบรมหลักสูตร “วิทยากรผู้นำสัมมาชีพ” ประจำปี 2560 ในครั้งนี้เพราะมีที่ดินเป็นของตัวเองอยู่ 6 ไร่ ได้เริ่มลงพันธุ์ลำไยอีดอไป 2 ไร่ 2 งาน แล้วยังเหลือพื้นที่บางส่วน จึงอยากนำความรู้เพิ่มเติมในการทำเกษตรผสมผสาน ที่สำคัญต้องการเดินตามรอยเท้าของพ่อหลวง ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงเพราะเห็นความสำเร็จ ในการศึกษาดูงานครั้งนี้แล้ว ว่าตัวเองก็สามารถทำได้
วัตถุประสงค์
          1. ต้องการมีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้เลี้ยงครอบครัว
          2. จะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการอบรมแลกเปลี่ยนอาชีพ ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
          3. ต้องการทำเป็นสวนตัวอย่าง และเป็นศูนย์เรียนรู้ให้กับชุมชนและชุมชนใกล้เคียง
วัตถุดิบ
          1. ที่ดินจำนวน 6 ไร่ (มีอยู่แล้ว)
          2. โรงเรือนสำหรับเลี้ยงไก่ 1 หลัง
          3. พันธุ์พืชที่ต้องการปลูก เช่น ลำไย,มะม่วง, มะนาว, เมล็ดกล้าพืชผักสวนครัว
          4. พันธุ์ไก่เนื้อ (พันธุ์พื้นเมือง) ตลาดในชุมชนต้องการ
          5. ระบบน้ำ
          6. อาหารไก่รุ่น เช่น หัวอาหารผสมกับรำข้าว ผักและผลไม้

อุปกรณ์
          1. จอบ เสียม
          2. เครื่องพ่นยากำจัด ศัตรูพืชและสัตว์
          3. เครื่องตัดหญ้าแบบสะพาย
          4. อุปกรณ์การติดตั้งระบบน้ำ เช่น ท่อน้ำ หัวสปริงเกอร์ เป็นต้น
กระบวนการ/ขั้นตอนการทำ (ทำอย่างไร)
          ขั้นที่1. แบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 แปลง เพื่อลงกล้าพืชและพันธุ์ไก่รุ่น
                   1.1 แบ่งพื้นที่ปลูกลำไยซึ่งเป็นพืชหลักของชุมชน จำนวน 2 ไร่ 2 งาน (70 ต้น)
                   1.2 พื้นที่ปลูกต้นมะม่วงพันธุ์ R2 จำนวน 1 ไร่ (100 ต้น)
                   1.3 พื้นที่ปลูกต้นมะนาวพันธุ์แป้นพิจิตร 1 ไร่ ปลูกในบ่อซีเมนต์ 0.80x1.00 ม.
                   1.4 พื้นที่โรงเรือนเลี้ยงไก่เนื้อ (พันธุ์พื้นเมือง) จำนวน 2 งาน
                   1.5 พื้นที่ปลูกพืชสวนครัวหมุนเวียน จำนวน 1 ไร่
          ขั้นที่2. เตรียมดินโดยการพลิกหน้าดิน โดยใช้รถไถ ปรับหน้าดินให้เสมอกัน
          ขั้นที่3. ที่แบ่งพื้นที่ทำโรงเรือนแล้ว สามารถจัดหาไก่เนื้อ (พันธุ์พื้นเมือง) ตัวผู้ 10 ตัว ตัวเมีย 30 ตัว สำหรับพันธุ์ลูกไก่ต้องมีขนาดไก่รุ่นๆ เพื่อต้องการไม่ให้ลูกไก่ตาย
          ขั้นที่4. ที่เหลือ 4 แปลง ค่อยลงพันธุ์พืชที่กล่าวมาข้างต้นทีละชนิดให้เต็มพื้นที่ตามโซนที่แบ่งไว้ จะให้ดีควรลงพืชผักสวนครัวก่อนเพราะมีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น จะได้มีรายได้ส่วนนี้ มาเป็นทุนปลูกพืชอย่างอื่นต่อไป
          ขั้นที่5. ช่วงลงกล้าใหม่ๆ ควรดูแลให้น้ำและปุ๋ยบำรุงต้น เป็นประจำ
          ขั้นที่6. การบริหารจัดการระบบน้ำ ควรใช้ระบบน้ำหยด หรือ หัวพ่นแบบสปริงเกอร์ จะสะดวก รวดเร็ว และประหยัด
          ขั้นที่7. ต้องขยันหาเทคนิคการดูแลพืชและสัตว์ ที่ปลูกหรือดูแลเลี้ยงไว้ให้มีความชำนาญ ที่สำคัญต้องหาตลาดรองรับผลผลิตของสวน จะได้มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว และเป็นทุนปลูกพืชอย่างอื่นต่อไป
          ขั้นที่8. เมื่อประสบความสำเร็จแล้ว ควรหากลุ่มจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ในด้านเกษตรผสมผสาน เพราะส่วนมากชุมชนจะปลูกพืชอย่างเดียว เมื่อชุมชนเห็นความสำเร็จของเราแล้วเกษตรกรในชุมชนก็มาเรียนรู้แบบอัตโนมัติ มันเป็นเทคนิคอย่างหนึ่ง
ข้อพึงระวัง
          1. ช่วงแรกในการลงพันธุ์พืชควรดูแลเอาใจใส่ให้ดี เช่น น้ำ อาหารบำรุงกล้าพืช
          2. ระวังโรคของพืชและสัตว์ ถ้าเป็นแล้วรีบแก้ไข เพื่อป้องกันการลุกลาม
          3. ช่วงแรกจะมีรายได้เข้ามาน้อย อย่าท้อแท้ทำไปสักพักจะมีรายได้เพิ่มมากขึ้น

ข้อเสนอแนะ
          1. ต้องมีความรักในอาชีพเกษตรกร มีความซื่อสัตย์ ขยันหมั่นเพียร เป็นที่ตั้ง
          2. ทำเล็กๆไปก่อนแล้วค่อยขยาย อย่าใจร้อน ค่อยเป็นค่อยไป
          3. ต้องมีบัญชีครัวเรืองลงรายละเอียดรายรับ-รายจ่าย เพื่อสร้างวินัยของตนเอง
          4. หาความรู้เพิ่มเติมจากเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ แลกเปลี่ยนความรู้กัน

ชื่อผู้สัมภาษณ์   นายไกรฤกษ์ มูลเมือง
ตำแหน่ง          นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ

วันที่สัมภาษณ์   15 ธันวาคม 2559

น้ำหมักพิทักษ์สิ่งแวดล้อมในครัวเรือน


ชื่อความรู้/ความเชี่ยวชาญในอาชีพ    น้ำหมักพิทักษ์สิ่งแวดล้อมในครัวเรือน
เจ้าขององค์ความรู้   นาง อุรี โอริยะ
ที่อยู่   76 หมู่ที่10 ตำบลแม่แตง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์   08 7829 6403
ความเป็นมา แรงบันดาลใจ/เหตุผลที่ดำเนินการ
          -เป็นครูสงเคราะห์เชียงใหม่
          -มีเศษอาหารเหลือจากกิจวัตรประจำวัน
          -ต้องการสร้างมูลค่าจากขยะ ผัก กับข้าวที่เหลือ
          -ศึกษาจากป้าเช็งว่าน้ำหมักรักษาโรคได้
วัตถุประสงค์
          1. ลดเศษอาหารในครัวเรือน
          2. ใช้รดผักที่ปลูกกำจัดศัตรูพืช บำรุงพืชและดิน
          3. ใช้รักษาแผล/โรค
วัตถุดิบ
          1. ผัก ผลไม้ทุกชนิด ล้างให้สะอาดอย่างน้อย 4 ครั้ง
          2. เศษอาหารจากมื้ออาหาร เช่น กระดูกหมู กระดูกไก่
          3. น้ำตาลทรายแดง
          4. น้ำสะอาด
อุปกรณ์
          1. ถังน้ำ 10 ลิตร - 100ลิตร
          2. สัดส่วน : ผลไม้ 3 น้ำตาล 1 น้ำ 5 ในถัง 10 ลิตร (เพิ่มปริมาณตามขนาดถัง)        


กระบวนการ/ขั้นตอนการทำ (ทำอย่างไร)
          สูตรหมักผักและผลไม้
                    ขั้นที่ 1. หมักผักและผลไม้ น้ำใส่ถังห้ามมีคลอรีน ถ้าเป็นน้ำประปาทิ้งไว้ 3 วัน         วัตถุดิบล้างน้ำ
                    ขั้นที่ 2. นำน้ำและน้ำตาลทรายแดงละลายให้เข้ากัน คนตามทิศทางเดียวกัน
                    ขั้นที่ 3. ล้างผักและผลไม้อย่างน้อย 4 ครั้ง สะเด็ดน้ำ
                    ขั้นที่4 . นำวัตถุดิบลงหมัก ปิดฝาและเสียบป้ายที่ถังหมักว่าทำวันที่เท่าไหร่
                    ขั้นที่ 5. ทุกวันให้เปิดฝา กดวัตถุดิบลงไปไม้ให้ขึ้นมาเหนือน้ำ
                    ขั้นที่ 6. ปิดฝาทิ้งไว้และค่อยเปิดฝาให้อากาศเข้า
                    ขั้นที่ 7. ทิ้งไว้ 4 เดือน – 1 ปี จนมีรสเปรี้ยวจึงนำมาใช้
          สูตรหมักเศษอาหาร สูตร น้ำตาล 1 น้ำ 5
                    ขั้นที่ 1. ใช้วิธีเคี่ยวเหมือนกับการหมักผักและผลไม้
                    ขั้นที่2 . ผสม N70 จนมีรสเปรี้ยว
          สูตรการทำน้ำยาอเนกประสงค์
                    ขั้นที่ 1. N70 1 กิโลกรัม
                   ขั้นที่ 2. เกลือปรุงทิพย์ 1 กิโลกรัม
                   ขั้นที่ 3. น้ำหมักที่มีรสเปรี้ยวใช้ฝากรอง 6 ลิตร
                   ขั้นที่4 . น้ำเปล่า 8 ลิตร
ข้อพึงระวัง
          1. ความสะอาดของกระบวนการ
          2. วัตถุดิบต้องล้างให้สะอาด
          3. น้ำตาลทรายแดงเท่านั้น
ข้อเสนอแนะ
          1. ใช้ปรับสมดุลร่างกาย ต้านทานโรค
          2. ใส่หม้อหุงข้าว ข้าวไม่บูด
          3. รักษาแผลสด โรคในช่องปาก ละลายหินปูน
          4. ปรุงรสอาหาร
ชื่อผู้สัมภาษณ์   นายณัฐนิช รักขติวงศ์
ตำแหน่ง          นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ

วันที่สัมภาษณ์   15 ธันวาคม 2559

ต้องลาย (ฉลุลาย)


ชื่อความรู้/ความเชี่ยวชาญในอาชีพ        ต้องลาย (ฉลุลาย)
เจ้าขององค์ความรู้        ร.ต.ชัยวรรณ์  ศรีใจภา
ที่อยู่      102/2 หมู่ 2 บ้านท่าไคร้ ตำบลแม่สา  เภอแม่ริม   จังหวัดเชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์   084-9499207

ความเป็นมา แรงบันดาลใจ/เหตุผลที่ดำเนินการ
ชีวิตหลังเกษียณ ทำเวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ได้ศึกษาเรียนรู้การต้องลายกับพ่อครูพล บุญหมื่น บ้านเวียงกุมกาม อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
วัตถุประสงค์
1.      เพื่อสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ล้านนาเชียงใหม่
2.      เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต
3.      เพื่อเพิ่มรายได้ให้ครอบครัว
 วัตถุดิบ/วัสดุ
1.      กระดาษสา
2.      ผ้าโทเล
3.      โลหะอลูมิเนียม (ชนิดบาง) 
อุปกรณ์
1.      สิ่ว
2.      เขียง
3.      ฆ้อน
4.      กรรไก
5.      ที่เย็บกระดาษ
6.      โต๊ะ/เก้าอี้
กระบวนการ/ขั้นตอนการทำ (ทำอย่างไร)
1.      คัดเลือกแบบพิมพ์
2.      คัดเลือกวัสดุ/อุปกรณ์ เช่น กระดาษสา ผ้าโทเล  โลหะอลูมิเนียม (ชนิดบาง)
3.      นำแบบพิมพ์และวัสดุ/อุปกรณ์ที่ต้องการ วางบนเขียง
4.      คลิปแบบพิมพ์ติดกับวัสดุ/อุปกรณ์ให้แน่น
5.      เริ่มตอกตามลายที่เลือกให้เสร็จเรียบร้อย
6.      แกะแม่แบบออกจากกัน
ข้อพึงระวัง
ระวังแผ่นโลหะเขจ้าตาระหว่างที่ตอกลาย

ข้อเสนอแนะ
ถ้าให้มีความทนทาน อายุการใช้งานนาน  ควรเป็นวัสดุ จากผ้าจะอยู่คงทน และควรตกแต่งหรือเก็บไว้ในที่ร่ม

ชื่อผู้สัมภาษณ์   นางวิภาดา  วิบูลย์พันธ์
ตำแหน่ง          นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ

วันที่สัมภาษณ์   15 ธันวาคม 2559

การเลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ


ชื่อความรู้/ความเชี่ยวชาญในอาชีพ     การเลี้ยงสุนัขพันธุ์ต่างประเทศ
เจ้าขององค์ความรู้    ด.ต. นภดล ศศิสุวรรณ
ที่อยู่   11 หมู่ที่ 2 ตำบลขัวมุงอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
เบอร์โทรศัพท์    08 9556 3051

ความเป็นมา แรงบันดาลใจ/เหตุผลที่ดำเนินการ
          จากการที่ได้ไปเห็นพ่อค้านำลูกสุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเฟิร์ด (อัลเซเชียน) ที่ท้องสนามหลวง ซึ่งมีราคาแพงตัวละ 3,000 - 5,000 บาท และเห็นเป็นที่นิยมเลี้ยงสุนัขพันธุ์แท้น่ารักของเด็ก นักศึกษา วัยรุ่น พากันเลี้ยงสุนัขจำนวนมาก จึงคิดจะเลี้ยงเพื่อเป็นอาชีพเสริม
วัตถุประสงค์
          1. ถ่ายทอดความรู้วิธีการเลี้ยง บำรุงรักษา ผสมพันธุ์
          2. เลี้ยงสุนัขท้อง เลี้ยงลูกสุนัข ทำคลอดสุนัข
วัตถุดิบ
          1. โรงเรือนสุนัข มีหลังคาป้องกันแดดฝน
          2. ทรงลูกสุนัข
          3. หาพันธุ์ที่เราชอบ เช่น ลาบาร์ดอร์ โกลเด้นรีทีฟเวอร์ เซ็นเบอร์หนาด เยอรมันเชพเฟิร์ด ชิสุ   สเนาเซอร์ ไซบีเรียฮักกี้
อุปกรณ์
          1. ถ้วย ชามอาหาร ถังน้ำ โซ่ล่าม โซ่คอ แปลงอาบน้ำ ผ้าเช็ดตัวสุนัข
          2. แชมพูกำจัดเห็บ หมัด
กระบวนการ/ขั้นตอนการทำ (ทำอย่างไร)
          ขั้นที่1. คัดเลือกพ่อพันธุ์ หรือแม่พันธุ์ สุนัขพันธุ์ที่เราชอบ
          ขั้นที่2. เลี้ยงด้วยอาหารตามหลักโภชนาการของสุนัข ด้วยเนื้อ นม ไข่
          ขั้นที่3. แม่พันธุ์สมบูรณ์ถึงเวลาผสมพันธุ์จะมีประจำเดือน
*สังเกตอวัยวะเพศบวมแดงมีเลือด นับไป 11 วัน  แล้วให้ผสมพันธุ์ครั้งแรก โดยพ่อพันธุ์ที่คัดไวแล้ว*
          ขั้นที่4. หลังจากนั้นแม่สุนัขจะท้อง 2 เดือน ถึงจะคลอด
          ขั้นที่5. ระหว่างแม่สุนัขตั้งท้องห้ามวิ่ง อาจทำให้แท้ง
          ขั้นที่6. ระหว่างทำคลอด แม่สุนัขคลอดยาก ให้ฉีดยาเร่งคลอด ประมาณ 2 cc
          ขั้นที่7. ลูกสุนัขเข้าวันที่ 5 – 7 วัน ป้อนด้วยนมผงของเด็ก
          ขั้นที่8. 15 วันขึ้นไป ใส่ไข่ไก้ลวก น้ำร้อน ตับไก่ต้ม อาหารลูกสุนัข แช่น้ำอุ่นใส่น้ำมันตับปลา
                         ลูกสุนัข 1 ตัวต่อน้ำมันตับปลา 1 เม็ด
          ขั้นที่9. แคลเซียมผง 1 ช้อนชา ผสมน้ำอุ่น ปั่นให้ละเอียด ป้อนให้ลูกสุนัขกินวันละ 4 มื้อ
                    ลูกสุนัขจะใหญ่
          ขั้นที่10. ครบ 1 เดือน ฉีดวัคซีนป้องกันโรค วัคซีนรวม
          ขั้นที่11. ครบ 2 เดือน ส่งขายตามท้องตลาดได้
พ่อพันธุ์คัดซื้อมาทำพ่อพันธุ์ สายเลือดพ่อนอก แม่นอก นำมาเลี้ยงบำรุงด้วยอาหาร เนื้อ นม ไข่ รับจ้างผสมพันธุ์ทั่วไป โดยไปบริการถึงสถานที่ ของแม่พันธุ์ที่ต้องการผสมพันธุ์
ข้อพึงระวัง
          1. ต้องเลือกสุนัขสายพันธุ์แท้
          2. ระวังโรคระบาดของสุนัขและลูกสุนัข
          3. หลีกเลี่ยงการผสมพันธุ์ที่สายเลือดชิดกัน
ข้อเสนอแนะ
          1. หาตลาดที่จะขายลูกสุนัขให้แน่นอน (ที่เชียงใหม่ สวนบวกหาด ร้านค้าประตูหายยา และร้านค้าลูกสุนัขตามศูนย์การค้า
          2. ลูกสุนัขจะขายยากในเดือน เมษายน-พฤษภาคม

ชื่อผู้สัมภาษณ์   นายเกรียงไกร สิงห์แก้ว
ตำแหน่ง          นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ

วันที่สัมภาษณ์   20 ธันวาคม 2559