วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554

ทบทวนแผนพัฒนาชุมชนบ้านปง....โครงการยกระดับคุณภาพชีวิตหมู่บ้านและชุมชนแบบมีส่วนร่วม


ประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาชุมชนบ้านปง (แผนชุมชน) จันทร์ที่ 27 มี.ค. 54  ที่สำนักงานฝ่ายป่าไม้ห้วยลาน..ศูนย์ฯลำปางได้รับเชิญให้ไปช่วยจัดกระบวนการ เพื่อทบทวนแผนชุมชนของบ้านปง หมู่ที่ 8 ตำบลห้วยลาน อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่  เน้นในประเด็นการวางแผนพัฒนาเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์  โดยมีคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชมงคลฯ เป็นเจ้าของเรื่อง..ตามโครงการยกระดับคุณภาพชีวิตหมู่บ้าน/ชุมชนแบบมีส่วนร่วมกระบวนการที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนดึงเอาความรู้ความคิดความเห็นออกมาจากกลุ่มแกนนำหมู่บ้าน..
1. สร้างความคุ้นเคย และหาข้อมูลชุมชน ด้วยการให้ช่วยกันวาดแผนผังหมู่บ้านคร่าวๆ และช่วยกันเติมว่า ใครทำอะไร อยู่ตรงไหนบ้าง มีกลุ่ม/กิจกรรมต่างๆ ทรัพยากร แหล่งท่องเที่ยวตรงไหน...ให้มองเห็นภาพรวมของชุมชน
2. แนะนำตัว ชวนคุยให้เห็นความสำคัญว่าวันนี้จะมาทำอะไรกัน ..ควรมีการทบทวนแผนชุมชนให้เหมาะสมหรือไม่  แผนเป็นความคิดความต้องการที่เกิดจากพวกเรา จากชาวบ้านมีส่วนร่วมอย่างไรมากน้อยขนาดไหน..วันนี้ เพื่อให้ไปสู่หมู่บ้านท่องเที่ยว การพูดคุยกันในเวลาสั้นๆ อาจทำได้ไม่ครอบคลุม แต่ก็ชี้ให้เห็นว่า แผนงาน/กิจกรรม ที่เราวางไว้ เกิดจาก/เป็นความต้องการของชุมชนจริงๆ
3. ขอตัวแทน หรือผู้อาวุโส ช่วยเล่าพัฒนาการของหมู่บ้าน ..ตั้งแต่อดีต...มาถึงปัจจุบัน ในรูปของ Time Line ให้เห็นสถานการณ์ที่มากระทบและผลที่เกิดขึ้น   เพื่อให้เห็นภาพรวมของชุมชน ..ตั้งคำถามเพิ่มเติม..ช่วยกันเติมในเรื่องอื่นๆ เช่นปฏิทินประเพณีวัฒนธรรม กิจกรรม งานอาชีพ ทรัพยากรพืชพันธุ์สมุนไพรในแต่ละเดือน เป็นต้น 
4. จากที่ช่วยกันเล่า.. เห็นพัฒนาการร่วมกัน ตั้งคำถามในประเด็นต่อไปว่า..อะไรเป็นจุดแข็งของเรา(บ้านปงมีของดีอะไรบ้าง..เป็นสิ่งดีๆภาคภูมิใจฯลฯ) อะไรเป็นจุดอ่อน..เป็นปัญหาหรือยังไม่ถูกใจ อยากแก้ไข..แล้วมีใครหรือเรื่องอะไรที่มาสนับสนุน มาเอื้อประโยชน์ให้ชุมชนบ้าง(โอกาส)..ประเด็นสุดท้ายคือข้อจำกัด อุปสรรค สิ่งคุกคามจากภายนอกชุมชนมีอะไรบ้าง...(ชวนวิเคราะห์ศักยภาพของชุมชน ..)
5. ร่วมกันวางเป้าหมาย.. ด้วยคำถามอยากเห็นบ้านปงเป็นอย่างไรใน 5-10 ปีข้างหน้า(อนาคต) ...ให้คิดภาพและถามเอาคำตอบทีละคน เก็บประเด็นขึ้นฟลิปชาร์ท..เชื่อมโยงเป็นภาพใหญ่สู่เป้าหมายคือ "เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิง..."
6. แล้วจะต้องทำอย่างไรบ้าง? ...เพื่อไปสู่เป้าหมายคือ หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์นั้น..ชวนกันคิดแนวทาง วิธีการ บางคนเสนอเป็นกิจกรรมเป็นโครงการ..(พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว/ฟื้นฟูวัฒนธรรม/ปรับปรุงสิ่งแวดล้อม/ภูมิทัศน์/รวบรวม/สืบทอดภูมิปัญญา /ถอดองค์ความรู้/มีไกด์ชุมชน/ทำ Home Stay....)
7. ช่วยกำหนดว่าเรื่องใดจะทำได้ตั้งแต่เมื่อไร..ต้องอะไรบ้าง = กิจกรรม/โครงการ  
ออกมาเป็น..แผนระยะสั้น (แผนปี)   ระยะปลานกลาง( แผน2ปี)  แผนระยะยาว..  ช่วยกันเพิ่มเติมกิจกรรม/โครงการให้ครอบคลุม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้...
    สรุปเชื่อมโยงให้ข้อคิด..
        - แผนชุมชน เป็นแผนชีวิตของชุมชนเอง ไม่ใช่แผนที่เป็นเพียงเอกสารที่ทำขึ้นเพื่อของงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่ให้การวางแผนของชุมชนเป็นเงื่อนไขให้ได้คิดได้แลกเปลี่ยนวางแผนร่วมกัน..จึงต้องมีการทบทวนและปรับให้เหมาะสมได้ตลอด
        - ชุมชนต้องมี เจ้าภาพ รับผิดชอบแต่ละกิจกรรม ซึ่งเป็นแฟนพันธุ์แท้ ในแต่ละเรื่องแต่ละด้าน  จึงจะเคลื่อนงานไปได้
         -ควรมานั่งคุยกันในแต่ละเรื่อง/ด้าน เพื่อวางแผนการทำงานกันต่อไป(ควรจะต้องมีการพูดคุยกันแบบนี้อีกหลายๆเวทีในหมู่บ้าน..ตรงนี้ถูกเสนอออกมาจากเวที)..แผนชุมชนของบ้านปง ..จะไปสู่เป้าหมาย/ความฝันได้อย่างแน่นอน ถ้าเป้าหมายนั้นเป็นฝันร่วมของคนบ้างปง...
                                                                                              บันทึก/จัดกระบวนการ...24 มีนาคม 2554
                               อัญชลี ป่งแก้ว/ธาดา ธีระวาทิน

วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2554

ฤางานของโบรกเกอร์การพัฒนา จะมีความหมายแค่คนเป็นนักการเมืองและนักธุรกิจ ?

                  ในการดำเนินงานพัฒนาชุมชน การสร้างและพัฒนาเครือข่ายหรือการพัฒนาภาคีการพัฒนา นับเป็นเทคนิค หรือวิธีการอย่างหนึงของการทำงานพัฒนาชุมชนยุคใหม่ที่มีความสำคัญมาก เนื่องจากว่า ในการพัฒนาสังคมและชุมชน เราไม่สามารถทำงานต่างๆ ให้สำเร็จด้วยดีได้โดยลำพังหน่วยงานเดียว แต่อาจต้องทำงานร่วมมือกันอย่างบูรณาการ เพื่อให้งานการพัฒนาถึงเป้าหมายร่วมกัน การพัฒนาสมัยใหม่ เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ในบางครั้งจึงต้องทำหน้าที่เป็น “Broker” หรือเป็น “Lobbyist”.ด้วย ซึ่งคำนี้ มีนัยความหมายที่กว้างลึกกว่าบทบาทการเป็น “นักเชื่อมประสาน” ดังที่เราเคยปฏิบัติกันสืบมา



                   ที่นำเสนอต่อไปนี้ เป็นวงจรของการทำงาน ลักษณะนักเชื่อมประสานแบบหนึ่ง ที่เรียกง่ายๆ ติดปากเป็นภาษาไทยแล้วว่า “โบรกเกอร์” หรือ “ล็อบบี้ยิสต์” การพัฒนา ซึ่งได้แปล/เรียบเรียงจากบางส่วนของหนังสือชื่อ “The Brokering Guidebook Navigating Effective SustainableDevelopment Partnerships”ที่มีการจัดพิมพ์เผยแพร่ โดยองค์กรระหว่างประเทศ

                    ลองดูกระบวนการ ขั้นตอน หรือวงจรของการสร้างและพัฒนาเครือข่ายหรือสร้างภาคีการพัฒนาเหล่านี้ดูสิ ว่าแตกต่างจากสิ่งที่เราเคยทำหรือไม่

ขั้นตอนที่ ๑ กำหนดขอบเขตงาน ทบทวนปัญหา หรือสิ่งที่ต้องการทำ เก็บรวบรวมข้อมูล ปรึกษาผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกับหน่วยงานสำคัญภายนอกท่าดว่าจะร่วมภาคี พร้อมกำหนดแนวคิดกว้างๆ ที่จะทำหรือขับเคลื่อน

ขั้นตอนที่ ๒ ค้นหาและกำหนดผู้ที่จะเข้าเป็นภาคี ด้วยการเชิญชวน จูงใจให้เข้าร่วมทำงานขั้นตอนที่ ๓ สร้างหลักการร่วม ให้สมาชิกจากแหล่งต่างๆ ช่วยกันเป้าหมาย วัตถุประสงค์ หลักการสำคัญ ที่จะทำให้เกิดความร่วมมือในการทำงาน

ขั้นตอนที่ ๔ วางแผนงาน ให้ภาคีร่วมวางแผนกิจกรรม และกำหนดแนวทางความร่วมมือในกิจกรรมต่างๆ

ขั้นตอนที่ ๕ บริหารจัดการ ในขั้นตอนนี้ ให้สมาชิกภาคีพัฒนาจัดโครงสร้างคณะทำงาน และแนวทางความร่วมมือต่อกัน จากระยะสั้น สู่ระยะยาว

ขั้นตอนที่ ๖ จัดหาทรัพยากรทำงาน สมาชิกภาคีและผู้สนับสนุนอื่นๆ ร่วมระดมเงิน และสิ่งที่มิใช่ตัวเงินเพื่อใช้ในการดำเนินงาน

ขั้นตอนที่ ๗ ปฏิบัติการการอยู่ร่วมภาคี เมื่อมีทรัพยากร และทุกคนได้ทราบถึงรายละเอียดของกิจกรรมที่ได้ตกลงทำร่วมกันแล้ว ให้ดำเนินการตามห้วงเวลาที่กำหนดร่วมกัน และควรทำกิจกรรมเริ่มแรก ที่มีความเป็นไปได้สูง

ขั้นตอนที่ ๘ ตรวจสอบความสำเร็จ วัดและประเมินความสำเร็จการทำงาน ดูผลกระทบ และประสิทธิภาพของการทำงาน พร้อมตรวจสอบว่า แต่ละภาคีได้บรรลุเป้าหมาย ที่ต้องการ หรือไม่

ขั้นตอนที่ ๙ ตรวจสอบผลการทำงาน ขั้นตอนนี้เพื่อดูว่าการทำงานร่วมภาคี มีผลกระทบต่อองค์กรของสมาชิกที่เข้าร่วมภาคี หรือไม่ เพียงใด เพื่อดูว่ามีหน่วยงานภาคีใดที่จำเป็นต้องถอนตัวออกไป หรือหน่วยงานภาคีใด ที่จะเข้าร่วม

ขั้นตอนที่ ๑๐ ทบทวนบทบาทภาคีพัฒนา พิจารณาแผนงาน โครงการต่างๆ โดยใช้พื้นฐานประสบการณ์ของแต่ละฝ่าย หรือแต่ละภาคี

ขั้นตอนที่ ๑๑ สร้างความเข้มแข็งสู่ความเป็นสถาบัน สร้างและพัฒนาโครงสร้าง หรือกลไกทำงานให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อให้มั่นใจมีความร่วมมือที่ดี แข็งขันต่อเนื่อง

ขั้นตอนที่ ๑๒ สร้างความยั่งยืนหรือต่อเนื่อง ทั้งนี้จะยุติกิจกรรม หรือทำต่อก็ได้ บนพื้นฐานข้อตกลงที่ทุกฝ่ายพอใจ และ/หรือทบทวนบทบาท กำหนดบทบาทใหม่อีก เพื่อเข้าสู่วงจรการทำงานใหม่

           ถึงเพื่อนๆ... ผมส่งบทเขียน...แปลและเรียบเรียงมาพร้อมนี้ เป็นเรื่องของเทคนิคการสร้างเครือข่ายและภาคึการพัฒนาของฝรั่ง ซึ่งแสดงให้เห็นวงจรของการดำเนินงานว่าเขามีเทคนิค วิธีการทำอย่างไร เป็น หนังสือของเจ้าหน้าที่องค์การสหประชาชาติ ที่ไปอบรมที่เจนีวา เพื่อนส่งมาให้อ่านศึกษา เลยถอดความบางส่วนมา เห็นเขตกำลังจะอบรม พูดถึงเรื่องนี้อยู่บ้าง จึงส่งเรื่องนี้มาให้พิจารณาครับ เขียนไว้ เพื่อลงเคเอ็ม...
                                                                                           บุญส่ง เวศยาสิรินทร์
                                                                                                 28 ก.พ.2554




วันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

คิดวางแผนอย่างไร?จึงเป็นเชิงยุทธศาสตร์(บุญส่ง เวศยาสิรินทร์)

คิดวางแผนอย่างไรจึงเป็นเชิงยุทธศาสตร์: ตัวอย่างเล็กๆ สำหรับพัฒนาชุมชน
              การคิดหรือวางแผนที่เรียกว่า การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Planning) นั้น มิใช่เป็นเพียงวาทะกรรมการพัฒนาของใครคนใดคนหนึ่ง หากแต่ เป็นเรื่องของความพยายามของคนทุกคนที่จะทำให้คนทุกคนในองค์กร หันมาสนใจสถานการณ์ ปรากฏการณ์ ข้อเท็จจริงขององค์กรอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถวิเคราะห์หรือมองทะลุถึงเหตุและผลของปัญหาความต้องการ และขับเคลื่อนองค์กรให้ไปถึงเป้าหมายสุดท้าย ในห้วงเวลาหนึ่งที่คนในองค์กรต้องการ หรือวาดฝันไว้

             สิ่งที่ต้องการ หรือความวาดฝันนั้น แม้จะไปถึงบ้างไม่ถึงบ้าง ก็ไม่เป็นไร ขอเพียงให้ทุกคนได้มีพันธะสัญญา (Commitment) ร่วมกัน ได้มีการติดตามประเมินผลการกระทำ เพื่อให้ทราบสภาพอุปสรรคปัญหานั้นไว้เพื่อแก้ไขต่อไป สิ่งสำคัญขอให้กระบวนการของการร่วมแรงร่วมใจของคนในองค์กรเช่นนี้สามารถดำเนินการไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่ง เช่น หกเดือน หนึ่งปี สองปี ก็มีการทบทวนการทำงานร่วมกัน

               การคิดและทำงานเชิงยุทธศาสตร์ หรือเป็นเชิงรุก จึงมิใช่แค่การทำงานแบบรูทีน ที่อาศัยคำสั่งการ หรือชี้นำ หรืออาศัยพิมพ์เขียวจากหน่วยเหนือแต่ประการเดียว แต่ยังเป็นการคิดวางแผน ที่เน้นการพัฒนาที่มองเห็นองค์กรมีชีวิต เพราะประกอบด้วยผู้คนซึ่งมีชีวิตจิตใจ และมีความสามารถที่หลากหลาย และพร้อมที่จะถูกดึงมาใช้ประโยชน์ เพื่อองค์กรมากกว่า

                กระบวนการของการคิดและทำงานเชิงยุทธศาสตร์ที่กล่าวนี้ จึงมิใช่การทำงานเป็นแท่งๆหรือแท่งใครแท่งมัน โดยยึดติดกับโครงสร้าง เงื่อนไข ที่แข็ง ปราศจากความยืดหยุ่น ขาดการทำงานอย่างบูรณาการกัน

                 กรอบความคิดต่อไปนี้ เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ผู้เขียนได้พยายาม ทดลองแสดงให้เห็นว่า หากเราต้องการ ที่เดินทางให้ไปถึงเป้าหมายสูงสุดอย่างน้อยในระดับหนึ่ง และระยะเวลาหนึ่ง เราจะต้องคำนึงถึงเรื่องอะไรบ้างจากกรณีการวางแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนของจังหวัดเชียงราย ซึ่งขออนุญาตนำมาเป็นตัวอย่าง ณ ที่นี้ สิ่งที่นำเสนอ คงพอเป็นตัวอย่างเล็กๆ สำหรับผู้คนที่สนใจได้บ้างไม่มากก็น้อย ในอันที่จะแหวกออกจากวังวนของงานรูทีน หรือการทำงานแบบเดิมๆ เพื่อให้กลายเป็นกระบวนงานที่มีความหมาย สนุกและการเรียนรู้ร่วมกัน...........

วิเคราะห์แนวทางการขับเคลื่อนโครงการสู่ “ เศรษฐกิจสร้างสรรค์

สวรรค์เมืองเชียงราย” เพื่อเตรียมเฉลิมฉลอง750 ปี เมืองเชียงราย สำหรับปีงบฯ ๒๕๕๔



บุญส่ง เวศยาสิรินทร์ : เขียน/วิเคราะห์
นงลักษณ์ หล้าคำแก้ว (นศ.ฝึกงานฯ) : จัดทำรูปแบบนำเสนอ
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 กลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงราย










































































วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ส่งเสริมการจัดการและใช้ประโยชน์ศูนย์เรียนรู้ชุมชน..เพื่อเพิ่มมูลค่าการเรียนรู้ตลอดชีวิต

            ศูนย์ฯลำปาง กำหนดดำเนินการ "การส่งเสริมการจัดการและใช้ประโยชน์ศูนย์เรียนรู้ชุมชน เพื่อเพิ่มมูลค่าการเรียนรู้ตลอดชีวิต ระหว่างวันที่ 2 - 4 มีนาคม 2554 ณ ที่ตั้งศูนย์ฯลำปาง
            โครงการมีวัตถุประสงค์..เพื่อ..
               1.พัฒนาศูนย์เรียนรู้ชุมชนให้เป็นศูนย์ฯ ที่มีชีวิต
               2.สนับสนุนกิจกรรมการเรียนรู้ ตามความต้องการของประชาชน
               3.เพื่อให้ทีมนักจัดการความรู้ สามารถจัดการความรู้ให้สอดคล้องกับบริบทของชุมชน
               4.เพื่อให้ศูนย์เรียนรู้ชุมชน เป็นแหล่งที่ประชาชนเข้ามาเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
กลุ่มเป้าหมายที่จะมาเข้าร่วมโครงการ  48 คน.. 
        1.ศรช. จังหวัดละ 1 แห่ง จาก 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน)
       *    เป็น ประธานและกรรมการ ศรช. จำนวน 3 คน
      **   นักจัดการความรู้ชุมชน จำนวน 2 คน
และ 2.  นักวิชาการพัฒนาชุมชนจังหวัด  8 จังหวัดๆละ 1 คน

ประชุมเตรียมงานฯ ศรช. ครั้งที่ 1 (อังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ 2554..)

          *ทำความเข้าใจโครงการและวัตถุประสงค์ร่วมกัน
          *ศึกษาหลักสูตรจากกรมฯ+ปรับหลักสูตรให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย
          *มอบหมายเจ้าภาพรายวิชาจัดทำแผนการสอนนำเสนอในการนัดหมาย
            ทีมงานครั้งต่อไป

เตรียมหลักสูตร+ทีมวิทยากร ศรช. ครั้งที่ 2 ( 17 ก.พ.2554)

       +ทีมวิทยากร(เจ้าภาพรายวิชา) นำเสนอกระบวนการ ขั้นตอนรายละเอียดของแต่ละวิชา
       +แลกเปลี่ยน ซักถาม แนะนำเพิ่มเติม..เป็นการทำความเข้าใจร่วมกันทั้งหมด
       +เตรียมทีมงาน แบ่งงาน  เตรียมสื่อ/วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ และ
       +เจ้าภาพรายวิชาเตรียมเอกสารประกอบ(ความรู้ที่จำเป็นหรือที่เกี่ยวข้อง)
       +มีเจ้าภาพรวบรวม ออกแบบ จัดทำเอกสารประกอบ

นำเสนอรายละเอียด/กระบวนการรายวิชา (ครั้งที่ 3 25 ก.พ.2554)
*กระบวนทัศน์ ศรช.
*ความสำคัญของ ศรช.
*ถอดบทเรียนการทำงาน ศรช. 8 จังหวัด 14 ศูนย์เรียนรู้
*บทบาทนักจัดการความรู้ใน ศรช.
*ฝึกปฏิบัติการถอดองค์ความรู้ของนักจัดการความรู้
*แนวทางส่งเสริมการใช้ประโยชน์จาก ศรช.
*สร้างเครือข่ายและบูรณาการศูนย์เรียนรู้ชุมชน



 
      

วันจันทร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2554

เก็บตกหลังห้อง..อบรมผู้นำ

พวกเราผู้นำหนอ ทำงานเพื่อใครกันเล่า...
ขอบอกเบาๆ งานเราจดจำไม่ไหว
งานรัฐงานราษฎร์ ช่วยชาติดาษดื่นทั่วไป
ถึงแม้เหน็ดเหนื่อยแค่ไหน ไม่หวังกำไรเป็นค่าตอบแทน
สิ่งใดงานใดข้องขัด เราช่วยกันขจัดมลายหายสิ้น
เพียงฟ้าเพียงดิน..เราช่วยกันจนสิ้น...
( เสียงฮัมเพลงอยู่หลังห้องอบรม..ของป้าสุรินทร์ กลัดทอง
21 บ้านสันป่าสัก หมู่ที่ 2 ต.ใหม่พัฒนา อ.เกาะคา จ.ลำปาง
สตรีดีเด่นจังหวัดลำปาง รุ่นที่ 10 โทร.083-3198641 )