วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2557

เครือข่าย : เครื่องมือการทำงานในบริบทที่เปลี่ยนแปลง



                    นายนพพร นิลณรงค์ นักวิชาการอิสระ อดีตนักวิชาการศูนย์ช่วยเหลือทางวิชาการพัฒนาชุมชนเขตที่ 5  พูดคุยสร้างบรรยากาศแบบพี่แบบน้อง แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานของพัฒนากรตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา เพื่อสรุปเชื่อมโยงให้เห็นว่า เครือข่ายของพัฒนากรก็คือ คนที่พัฒนากรรู้จัก เครือข่ายเป็นกระบวนการทางสังคม เป็นกระบวนการสร้างเพื่อน สร้างพันธมิตรในการทำงานของพัฒนากร..
                   พัฒนากรมีอาวุธสำคัญคือ คำพูด เนื่องจากไม่มีงบประมาณอะไรสนับสนุน กว่าที่จะทำงานสำเร็จแต่ละเรื่อง จึงไม่ได้ทำสำเร็จด้วยตัวคนเดียว ต้องไปหมู่บ้านนั้น ตำบลนี้ ประสานคนมาทำงาน กว่าจะสำเร็จ เรียกว่าเป็นการระดมคนให้ลุกขึ้นมาจัดการตนเอง...เรียกว่า “ผู้ทำกับมือ” ต้องขอคารวะ..



                                           “พัฒนากร”
ทำกับมือ ถือหลัก ปักฐานลึก
                                                         จึงก่อเป็น สำนึก ผนึกฝัน
           สองมือกำ  หลายมือก่อ ต่อสัมพันธ์
       ชุมชนนั้น จึงเป็นหนึ่ง พึ่งตนเอง..


                   วิทยากรสร้างพลังคนทำงานโดยชวนร้องเพลงมาร์ชพัฒนาชุมชน และชี้ให้เห็นจากเนื้อเพลงว่าการทำงานของพัฒนากรนั้น 1.สร้างหลักฐานและมีงานทำประกอบกิจกรรมร่ำรวยเพราะช่วยตนเอง 2.ช่วยปกครองท้องถิ่นเราหนักแรงแบ่งเบาเพราะเราสามัคคี ก็คือวิสัยทัศน์ของกรมการพัฒนาชุมชน“1.ชุมชนเข้มแข็ง 2.เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ”




บทสรุป คนถูกทำให้รู้สึกว่าไร้ศักยภาพ และไร้ศักดิ์ศรี ด้วยโครงสร้างอำนาจและ โครงสร้างเงิน ที่กดทับคนทั้งหมด โครงสร้างอำนาจก่อให้เกิด การบีบคั้น ความไร้ศักยภาพ ความหงุดหงิด รำคาญใจ และความรู้สึกสิ้นหวัง ทำลายสุขภาพจิต ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และศักยภาพแห่งความ สร้างสรรค์   และ...เครือข่ายเป็นโครงสร้างที่ทำให้หลุดจากความบีบคั้นดังกล่าว ไปสู่ความสุข และความสร้างสรรค์

บันทึกย่อจาก..  การฝึกอบรมพัฒนากรระหว่าง ประจำการ หลักสูตรการบริหารการเปลี่ยนแปลง
                              รุ่น 1 - 3  มิถุนายน 2557    
                  




วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2557

พัฒนากรกับการบริหารการเปลี่ยนแปลง(2)


ในวันที่ 4 มิถุนายน 2557 นายพิสันต์ ชวโน รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง และให้เกียรติพบปะฝากข้อคิดการทำงานแก่พัฒนากรระหว่างประจำการ สรุปได้ดังนี้

พัฒนาการการทำงานของพัฒนากรตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบัน แยกเป็นพัฒนากร 3 ยุค ที่ทำให้เห็นถึงการทำงานของพัฒนากรที่เปลี่ยนไปนั้น เปลี่ยนไปอย่างไร และปัจจุบันหลงเหลืออะไรอย่างไรบ้าง

พัฒนากรยุคแรก ยังไม่มีเรื่องยุทธศาสตร์มาเกี่ยวข้อง พัฒนากรต้องเกาะติดหมู่บ้าน ต้องมีหมู่บ้านในดวงใจ เป็นหมู่บ้านเน้นหนักที่ต้องเข้าไปนอนในหมู่บ้าน   เรียกว่าเป็นกลยุทธ์ในการทำงานของพัฒนากรในสมัยนั้น  อีก
กลยุทธ์ คือ ใช้แผนงานโครงการในการทำงาน ดังนั้น พัฒนากรยุคแรก จะเก่งในการทำโครงการ การเขียนโครงการ การประเมินผล และการจัดตั้งกลุ่ม  การของบประมานต่างๆผ่านแบบ พช.3  ในการทำกิจกรรมโครงการ ทั้งแบบใช้เงิน(อดหนุน) และไม่ใช้เงิน ซึ่งพัฒนากรยุคแรกนั้น จะพยายามทำโครงการที่ชาวบ้านพึ่งตนเองเป็นหลักและเป็นเอกลักษณ์ของงานพัฒนาชุมชน

พัฒนากรยุคที่ 2 เริ่มใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติชัดเจนขึ้น การพัฒนาชนบทได้รับความสนใจจากรัฐบาล มีการประกาศพื้นที่ยากจน และการพัฒนาจะให้ความสำคัญกับพื้นที่ยากจนก่อน เป็นยุคที่ใช้ระบบ กชช. (กชช.1,กชช2,กชช3) โดยคณะกรรมการพัฒนาชนบทแห่งชาติ
กชช.2ก เป็นแบบจัดเก็บข้อมูลหมู่บ้านในเขตพื้นที่ยากจนทั่วประเทศ เพื่อเอาข้อมูลมาวิเคราะห์ จัดลำดับหมู่บ้าน โดยมีสภาพัฒน์ฯ เป็นคนจัดทำ
กชช.2ข  เหมือนแบบกชช2ก. แต่จะจัดเก็บเฉพาะหมู่บ้านล้าหลังทั่วประเทศ นำมาวิเคราะห์ ออกเป็นมติ
เป็น     กชช.2ค เก็บเต็มพื้นที่ทั่วประเทศ โดยจัดเก็บทุก ๆ 2ปี เพื่อบ่งบอก /ชี้วัดว่า เป็นหมู่บ้านระดับล้าหลัง ปานกลาง หรือก้าวหน้า
ในยุคนี้มีองค์กรมหัศจรรย์เกิดขึ้นในตำบล เรียกว่า  คณะทำงานปฎิบัติการระดับตำบล (คปต.)  เน้นการ
บูรณาการทำงานของ 4 ทหารเสือจาก 4 กระทรวง (พัฒนาชุมชน /เกษตร/ สาธารณะสุข/ ปกครอง) จับมือกันทำงานร่วมกับผู้นำในพื้นที่ของตำบล ถ้ายุคแรกๆ เป็นยุคของเงินผัน ในยุคที่สองนี้งบประมาณทุกอย่างจะผ่าน คปต. กลั่นกรองก่อนเข้าสภาตำบล กชช.2ค/จปฐ. ทุกกระทรวงจะรู้จัก เพราะช่วยกันจัดเก็บ นำข้อมูลมาวิเคราะห์เข้าสู่สภาตำบล

พัฒนากรยุคที่ 3  พบว่าเป็นยุคโลกาภิวัตน์ที่ส่งผลต่องานพัฒนาชุมชนอย่างมาก เข้าสู่ระบบแท่ง และการทำงานเกี่ยวข้องกับเรื่องของ ยุทธศาสตร์  ระบบKPT คำรับรองการปฎิบัติราชการ ฯลฯ มีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการทำงานของพัฒนากร  อย่างไรก็ตาม การใช้เครื่องมือสื่อสารยุคใหม่อย่างเดียว โดยไม่เข้าหมู่บ้าน ไม่ไปพูดคุยกับผู้นำกับชาวบ้าน จะทำให้กระบวนการพัฒนาชุมชน และวิธีคิดหายไปหมด  อย่าลืมว่าเทคนิคการทำงานกับประชาชนนั้น เคล็บลับอยู่ที่เรา กรมฯเดียว...กรมพัฒนาชุมชน เราต้องภูมิใจในคำว่า “พัฒนากร” เพราะเป็นคำที่มีศักดิ์ศรี มีเกียรติในสังคม ต้องทำให้เด็ก ๆ ในชุมชนมีแรงบันบาลใจอยากเป็น “พัฒนากร”

ฝากข้อคิด การทำงานของพัฒนากรให้สำเร็จ  1. ทำงานกับผู้นำและเครือข่าย 2. ทำตัวให้เป็นช่างเสริมสวย เนื่องจากมีเทรนเปลี่ยนตลอด  ต้องตามเทรนให้ทัน พัฒนากรยุคนี้จึงต้องบริหารการเปลี่ยนแปลงได้

                                                                                                ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง

















พัฒนากรกับการบริหารการเปลี่ยนแปลง



พัฒนากรเป็นผู้ปฏิบัติงานแนวหน้าของกรมการพัฒนาชุมชน ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ชิดหมู่บ้าน/ชุมชน ในการเสริมสร้าง “ชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง” สถานการณ์ในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป การพัฒนาในพื้นที่มีความยุ่งยากซับซ้อนมากยิ่งขึ้น จึงต้องพัฒนาเสริมสร้างขีดสมรรถนะให้กับพัฒนากร เพื่อสามารถปฏิบัติงานที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อกรมการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนต่อไป
ฝากข้อคิดในการทำงานของพัฒนากร ต้องทันโลก ทันการเปลี่ยนแปลง ต้องสร้างเสน่ห์ในการทำงาน ที่สำคัญคือ การเรียนรู้งาน rethinking และ renovateการทำงาน การปรับวิธีคิด วิธีทำงาน ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า/กลุ่มเป้าหมาย  และการใช้ IT จะทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น

          เสน่ห์ในการทำงานของพัฒนากร อยู่ที่การให้ความรู้ ความเข้าใจ ความมุ่งมั่นในการทำงาน การทำงานอย่างเป็นกระบวนการ สามารถนั่งอยู่ในหัวใจประชาชน คือทำอย่างไรก็ได้ให้ชาวบ้านมาทักทาย ไว้วางใจ ชวนทำกิจกรรมต่าง ๆ  ทำงานที่รับผิดชอบให้ดีขึ้น โดยเฉพาะงานหลักของกรมฯ ใช้เครือข่ายในการทำงานสุดท้ายคือการดูแลรักษาครอบครัวและอยู่ในที่ที่ตนเองชอบที่สุด                                                


                         นายขวัญชัย วงค์นิติกร อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมพัฒนากรระหว่างประจำการ รุ่นที่ 1  โดยได้ให้โอวาทแก่พัฒนากรระหว่างประจำการ โดยสรุป ในวันที่ 3 มิถุนายน 2557

                       ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557

กระบวนการขับเคลื่อนชุมชน..ด้วยกระบวนการแผนชุมชน

การสร้างและพัฒนาหลักสูตรเฉพาะทาง เพื่อสนับสนุนกระบวนการขับเคลื่อนแผนชุมชนในพื้นที่เป็นภารกิจสำคัญประการหนึ่งของศูนย์ฯ ที่ได้จัดทำมาอย่างต่อเนื่อง และในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนสู่สถาบันแห่งความเป็นเลิศด้านการพัฒนาและบูรณาการแผนชุมชน ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง จึงได้จัดทำหลักสูตรกระบวนการขับเคลื่อนชุมชนตามมาตรฐานแผนชุมชน ขึ้น เพื่อเป็นการสนับสนุนผู้นำชุมชน/แกนนำหมู่บ้าน ให้มีความรู้ความเข้าใจกระบวนการขับเคลื่อนชุมชน และจัดทำแผนของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานแผนชุมชน





เรียนรู้และลงมือทำ..
ต้อนรับคณะทีมวิจัยชาวบ้าน บ้านทุ่งผา ม.1 ตำบลวอแก้ว ศึกษาดูงานร่วมแลกเปลี่ยนกระบวนการขับเคลื่อนแผนชุมชนของบ้านวอแก้ว 

          วันนี้..บ้านวอแก้ว หมู่ที่ 3 ตำบลห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง นำทีมโดยกำนันดำริห์ สุวรรณสุระและกรรมการหมู่บ้าน แกนนำชุมชน..ได้ทำหน้าที่ให้ข้อมูล แลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับเคลื่อนหมู่บ้านชุมชนผ่านกระบวนการแผนชุมชน ทั้งในส่วนที่ประสบความสำเร็จ และยังคงมีปัญหาอุปสรรคที่ชุมชนจะต้องร่วมกันวางแผนและร่วมกันขับเคลื่อนชุมชนต่อไป..
                                                                        
                                                                           บันทึก  19 กันยายน 2557
                                                                                 













วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2557

จัดการความรู้..คนศูนย์ลำปางปี2556


การจัดการความรู้ของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง ปี 2556
     จากนิยามในภาพรวม..หมายถึง การรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในศูนย์ฯ ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคลากรของศูนย์ฯ หรือในเอกสารตำรา รายงานสรุปผลการปฏิบัติงาน การวิจัย งานพัฒนาและประเมินผลฯลฯ มาพัฒนาให้เป็นระบบระเบียบ เพื่อให้บุคลากรในศูนย์ฯเข้าถึงความรู้เหล่านี้และสามารถนำความรู้มาพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้และปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ..ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาทีมงานในศูนย์ฯให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ..เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในที่สุด..
     ในช่วงปี 2553-2556 ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง กำหนดเป้าหมาย/วิสัยทัศน์มุ่งสู่องค์กรแห่งความเป็นเลิศด้านการพัฒนาและบูรณาการแผนชุมชน แผนการจัดการความรู้ของศูนย์ฯในปีนี้ จึงเป็นกระบวนการจัดการความรู้ในทุกๆเอง ที่มีเป้าหมายมุ่งไปสู่วิสัยทัศน์ของศูนย์ฯ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาบุคลากรทั้งภายในศูนย์ฯภายนอกศูนย์ฯ การพัฒนาผู้นำ การพัฒนาเครือข่าย ตลอดทั้งการพัฒนาระบบสารสนเทศ/ช่องทางการสื่อสาร
    1. สืบค้น..ค้นหาความรู้..เพื่อ"ให้รู้"
     เมื่อจะทำงาน..ทำกิจกรรม/โครงการอะไร คงต้องรู้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายต้องการอะไร..จะพัฒนาผู้นำ..คือต้องการให้ผู้นำมีบุคลิกภาพที่ดี มีภาวะผู้นำ สามารถเป็นแกนนำขับเคลื่อนกระบวนการในชุมชน สร้างชุมชนเข้มแข็งผ่านกระบวนการ/เครื่องมือแผนชุมชน เป็นต้น ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการ"ค้นหาความรู้"เหล่านั้น..โดยการ
-ค้นคว้าข้อมูลจากอินเตอร์เน๊ต
-เอกสาร/คู่มือ/ตำรา/รายงานการวิจัย
-จัดกลุ่มเรียนรู้/แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในศูนย์ฯ
-ความรู้จากผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ในพื้นที่ ทั้งจากเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนของจังหวัดอำเภอ/จากผู้นำ/แกนนำในชุมชน /เครื่อข่ายแผนชุมชน และภาคีการพัฒนา สถาบันการศึกษาที่มีประสบการณ์ในการทำงานกับชุมชน
         *ผ่านช่องทางสื่อสารทางโทรศัพท์/การขอคำปรึกษา/ผ่านเวทีพิจารณาหลักสูตร
ร่วมกัน เป็นต้น
    2.ค้นหาได้แล้ว..นำความรู้ไปใช้อย่างไร..กับใครบ้าง?
ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปางมีงาน/กิจกรรม/โครงการ ที่ได้ดำเนินการในช่วงปีงบประมาณ 2556 แยกเป็น 3 กลุ่ม คือ..
-งานตามแผนยุทธศาสตร์กรมฯ
       *การฝึกอบรมหลักสูตรผู้นำการพัฒนา จำนวน 16 รุ่น
       *การฝึกอบรมคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จำนวน 42 รุ่น
       *การฝึกอบรมนักบริหารจัดการชุมชน
       *พัฒนาศักยภาพเยาวชนด้านการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น
       *การฝึกอบรมวิทยากรกระบวนการสร้างความเข้มแข็งกองทุนแม่ของแผ่นดิน
       *การฝึกอบรมเยาวชนโอทอปด้านแผนธุรกิจ
-งาน/กิจกรรมตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนสู่สถาบันแห่งความเป็นเลิศด้านการพัฒนาและบูรณาการแผนชุมชน
       *โครงการเงินคืองาน งานคือเงิน
       *โครงการcdd english camp and neighbor language
       *โครงการตลาดนัดแผนชุมชนสัญจร
       *โครงการสร้างและพัฒนาหลักสูตร
          -กระบวนการขับเคลื่อนแผนชุมชนสู่มาตรฐานแผนชุมชน"
          -ฝึกอบรมหลักสูตรเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียน 8 จังหวัดรับผิดชอบ
       *โครงการเครือข่ายแผนชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
- งานที่ศูนย์ฯให้บริการ ตามที่หน่วยงาน/องค์กรและพื้นที่รับผิดชอบขอรับการสนับสนุน
       *โครงการเพิ่มประสิทธิภาพผู้นำหมู่บ้านชุมชนต้นกล้ากองทุนแม่ของแผ่นดินใหม่
        (ปปส.)
       *โครงการscgรักษ์น้ำตามแนวพระราชดำริ(SCG+สถาบันแสนผะญ๋า)
       *โครงการเพิ่มศักยภาพศูนย์เรียนรู้กองทุนแม่ของแผ่นดินระดับอำเภอ(ปปส.)
       *ฝึกอบรมบุคลิกภาพผู้นำสตรีตำบลนาครัว(อบต.นาครัว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง)
       *เวทีจัดการความรู้กองทุนแม่ของแผ่นดินอำเภอวังเหนือ(สพอ.วังเหนือ)
       *ฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพคณะกรรมการพัฒนาบทบาทสตรีและที่ปรึกษา
        อำเภอเด่นชัย จ.แพร่(กคส.จ แพร่)
               ฯลฯ
*****บทบาทหลักๆของบุคลากรศูนย์ฯคือการเป็นวิทยากรกระบวนการ โดยในทุกกิจกรรม/โครงการได้ใช้กระบวนการจัดการความรู้เป็นเครื่องมือในการทำงาน เริ่มตั้งแต่รวบรวมค้นหาความรู้มาจัดเตรียมทีมงาน วางแผนการสอน ฝึกซ้อม/ทดลองปฎิบัติ ลงมือปฎิบัติงาน แล้วสรุปบทเรียนการทำงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการทำงานในรูปแบบต่างๆ..
    3.การสร้างความรู้..จากการเรียนรู้และลงมือทำ..
      รูปแบบที่ศูนย์ฯลำปางใช้สร้างความรู้ มีทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น หลังการทำกิจกรรม/โครงการ จะมีเวทีสรุปบทเรียนการทำงานร่วมกัน เพื่อทบทวนปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่เป็นปัญหาอุปสรรคต่างๆ และเตรียมงานครั้งต่อไป
         เช่น -เวทีสรุปบทเรียนวิเคราะห์ผลการจัดการความรู้ของศูนย์ฯ
             -เวทีสรุปบทเรียนการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียน
             -เวทีสรุปบทเรียนจากการอบรมผู้นำการพัฒนา
      รูปแบบการสร้างความรู้อย่างไม่เป็นทางการของบุคลากรศูนย์ฯ ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบของการทบทวนการทำงานของทีมงานในแต่ละวัน ได้แก่การประชุมstaff/ประชุมพี่เลี้ยง
หรือการทบทวนวันวาน/สรุปบทเรียนในกิจกรรมภาคเช้าของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละกิจกรรม/โครงการ
      การสร้างความรู้ของศูนย์ฯ อาจอยู่ในรูปของการส่งบุคลากรของศูนย์ฯเข้ารับการอบรมสัมมนาหรือเข้าร่วมการประชุม ทั้งในส่วนกลางหรือสถาบันการศึกษาอื่นๆ
         ได้แก่ ..การอบรมวิทยากรมืออาชีพฯ
               การอบรมบุคลากรด้านการจัดการความรู้
    **เป็นข้อสังเกตว่า..บุคลากรศูนย์ฯลำปาง ไม่เคยมีโอกาสเข้ารับการอบรมหรือเข้าร่วมกิจกรรม/โครงการหรือรับนโยบายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการแผนชุมชน จากกรมการพัฒนาชุมชนเลย..แต่กระบวนการจัดการความรู้ โดยเฉพาะการสร้างความรู้จากการลงมือปฏิบัติร่วมกับชุมชน/หมู่บ้าน..ก็เป็นโอกาสที่ดีกว่า..ดังคำที่ผู้รู้กล่าวไว้ "ในการจัดการความรู้นี้..การเรียนรู้สำคัญกว่าตัวความรู้ เพราะตัวความรู้นั้นอาจหยุดนิ่งตายตัว แต่การเรียนรู้มีลักษณะมีชีวิต..ดิ้นได้..และการเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือ การเรียนรู้ร่วมกันผ่านการปฏิบัติ..
      4.การสะสมองค์ความรู้ของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง มีอยู่หลากหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นชุดเอกสารอ่านประกอบ แผนการสอน สื่อการเรียนการสอนในรูปของเพาเวอร์พ้อย คลิปวีดีโอ ชุดความรู้ บทความ เป็นต้น
       5.รู้แล้วเผยแพร่..แบ่งปัน..แลกเปลี่ยน
   ผ่านช่องทางการสื่อสารใน..คลังความรู้เรื่องแผนชุมชนของศูนย์ฯ เว็บไซด์ศูนย์ฯ(www.org.th) เว็บบล๊อกๅKMศูนย์ฯ(knowledgecdd5.blogspot.com) facebookศูนย์ฯ ผ่านระบบOA เอกสารคู่มือประกอบ วีดีทัศน์ DVD
รวมทั้งเผยแพร่ผ่านการประชุม พูดคุยแลกเปลี่ยน และในเวทีทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ

ข้อคิดบทเรียน...ที่ได้จากการจัดการความรู้..ในการทำงานร่วมกัน
-ผู้บริหารต้องใช้การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือในการกำหนดนโยบาย กำหนดแนวทางในการขับเคลื่อนการทำงานของศูนย์ฯ ให้สอดคล้องกับนโยบายกรมฯ.
-ในการจัดการความรู้ของศูนย์ฯ เราต้อง"รู้จริง"ในเรื่องที่เป็นบทบาทภารกิจ(กระบวนการแผนชุมชน) ซึ่งต้องลงมือปฏิบัติจริง จึงจะเกิดประสบการณ์(ความรู้)
-การได้มาซึ่งความรู้..ทั้งที่เป็นข้อคิด/ข้อสรุปจากการทำงานร่วมกัน สามารถเกิดขึ้นได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ
-ในข้อจำกัดของศูนย์ฯเรื่องบุคลากรมีจำนวนน้อย..การทำงานให้บรรลุเป้าหมายของศูนย์ฯจึงต้องสร้างเครือข่ายการทำงานทุกรูปแบบ เพื่อให้ได้ข้อคิด/ได้ความรู้มาใช้ในการทำงาน