วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2557

พัฒนากรกับการบริหารการเปลี่ยนแปลง(2)


ในวันที่ 4 มิถุนายน 2557 นายพิสันต์ ชวโน รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง และให้เกียรติพบปะฝากข้อคิดการทำงานแก่พัฒนากรระหว่างประจำการ สรุปได้ดังนี้

พัฒนาการการทำงานของพัฒนากรตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบัน แยกเป็นพัฒนากร 3 ยุค ที่ทำให้เห็นถึงการทำงานของพัฒนากรที่เปลี่ยนไปนั้น เปลี่ยนไปอย่างไร และปัจจุบันหลงเหลืออะไรอย่างไรบ้าง

พัฒนากรยุคแรก ยังไม่มีเรื่องยุทธศาสตร์มาเกี่ยวข้อง พัฒนากรต้องเกาะติดหมู่บ้าน ต้องมีหมู่บ้านในดวงใจ เป็นหมู่บ้านเน้นหนักที่ต้องเข้าไปนอนในหมู่บ้าน   เรียกว่าเป็นกลยุทธ์ในการทำงานของพัฒนากรในสมัยนั้น  อีก
กลยุทธ์ คือ ใช้แผนงานโครงการในการทำงาน ดังนั้น พัฒนากรยุคแรก จะเก่งในการทำโครงการ การเขียนโครงการ การประเมินผล และการจัดตั้งกลุ่ม  การของบประมานต่างๆผ่านแบบ พช.3  ในการทำกิจกรรมโครงการ ทั้งแบบใช้เงิน(อดหนุน) และไม่ใช้เงิน ซึ่งพัฒนากรยุคแรกนั้น จะพยายามทำโครงการที่ชาวบ้านพึ่งตนเองเป็นหลักและเป็นเอกลักษณ์ของงานพัฒนาชุมชน

พัฒนากรยุคที่ 2 เริ่มใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติชัดเจนขึ้น การพัฒนาชนบทได้รับความสนใจจากรัฐบาล มีการประกาศพื้นที่ยากจน และการพัฒนาจะให้ความสำคัญกับพื้นที่ยากจนก่อน เป็นยุคที่ใช้ระบบ กชช. (กชช.1,กชช2,กชช3) โดยคณะกรรมการพัฒนาชนบทแห่งชาติ
กชช.2ก เป็นแบบจัดเก็บข้อมูลหมู่บ้านในเขตพื้นที่ยากจนทั่วประเทศ เพื่อเอาข้อมูลมาวิเคราะห์ จัดลำดับหมู่บ้าน โดยมีสภาพัฒน์ฯ เป็นคนจัดทำ
กชช.2ข  เหมือนแบบกชช2ก. แต่จะจัดเก็บเฉพาะหมู่บ้านล้าหลังทั่วประเทศ นำมาวิเคราะห์ ออกเป็นมติ
เป็น     กชช.2ค เก็บเต็มพื้นที่ทั่วประเทศ โดยจัดเก็บทุก ๆ 2ปี เพื่อบ่งบอก /ชี้วัดว่า เป็นหมู่บ้านระดับล้าหลัง ปานกลาง หรือก้าวหน้า
ในยุคนี้มีองค์กรมหัศจรรย์เกิดขึ้นในตำบล เรียกว่า  คณะทำงานปฎิบัติการระดับตำบล (คปต.)  เน้นการ
บูรณาการทำงานของ 4 ทหารเสือจาก 4 กระทรวง (พัฒนาชุมชน /เกษตร/ สาธารณะสุข/ ปกครอง) จับมือกันทำงานร่วมกับผู้นำในพื้นที่ของตำบล ถ้ายุคแรกๆ เป็นยุคของเงินผัน ในยุคที่สองนี้งบประมาณทุกอย่างจะผ่าน คปต. กลั่นกรองก่อนเข้าสภาตำบล กชช.2ค/จปฐ. ทุกกระทรวงจะรู้จัก เพราะช่วยกันจัดเก็บ นำข้อมูลมาวิเคราะห์เข้าสู่สภาตำบล

พัฒนากรยุคที่ 3  พบว่าเป็นยุคโลกาภิวัตน์ที่ส่งผลต่องานพัฒนาชุมชนอย่างมาก เข้าสู่ระบบแท่ง และการทำงานเกี่ยวข้องกับเรื่องของ ยุทธศาสตร์  ระบบKPT คำรับรองการปฎิบัติราชการ ฯลฯ มีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการทำงานของพัฒนากร  อย่างไรก็ตาม การใช้เครื่องมือสื่อสารยุคใหม่อย่างเดียว โดยไม่เข้าหมู่บ้าน ไม่ไปพูดคุยกับผู้นำกับชาวบ้าน จะทำให้กระบวนการพัฒนาชุมชน และวิธีคิดหายไปหมด  อย่าลืมว่าเทคนิคการทำงานกับประชาชนนั้น เคล็บลับอยู่ที่เรา กรมฯเดียว...กรมพัฒนาชุมชน เราต้องภูมิใจในคำว่า “พัฒนากร” เพราะเป็นคำที่มีศักดิ์ศรี มีเกียรติในสังคม ต้องทำให้เด็ก ๆ ในชุมชนมีแรงบันบาลใจอยากเป็น “พัฒนากร”

ฝากข้อคิด การทำงานของพัฒนากรให้สำเร็จ  1. ทำงานกับผู้นำและเครือข่าย 2. ทำตัวให้เป็นช่างเสริมสวย เนื่องจากมีเทรนเปลี่ยนตลอด  ต้องตามเทรนให้ทัน พัฒนากรยุคนี้จึงต้องบริหารการเปลี่ยนแปลงได้

                                                                                                ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง

















พัฒนากรกับการบริหารการเปลี่ยนแปลง



พัฒนากรเป็นผู้ปฏิบัติงานแนวหน้าของกรมการพัฒนาชุมชน ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ชิดหมู่บ้าน/ชุมชน ในการเสริมสร้าง “ชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง” สถานการณ์ในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป การพัฒนาในพื้นที่มีความยุ่งยากซับซ้อนมากยิ่งขึ้น จึงต้องพัฒนาเสริมสร้างขีดสมรรถนะให้กับพัฒนากร เพื่อสามารถปฏิบัติงานที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อกรมการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนต่อไป
ฝากข้อคิดในการทำงานของพัฒนากร ต้องทันโลก ทันการเปลี่ยนแปลง ต้องสร้างเสน่ห์ในการทำงาน ที่สำคัญคือ การเรียนรู้งาน rethinking และ renovateการทำงาน การปรับวิธีคิด วิธีทำงาน ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า/กลุ่มเป้าหมาย  และการใช้ IT จะทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น

          เสน่ห์ในการทำงานของพัฒนากร อยู่ที่การให้ความรู้ ความเข้าใจ ความมุ่งมั่นในการทำงาน การทำงานอย่างเป็นกระบวนการ สามารถนั่งอยู่ในหัวใจประชาชน คือทำอย่างไรก็ได้ให้ชาวบ้านมาทักทาย ไว้วางใจ ชวนทำกิจกรรมต่าง ๆ  ทำงานที่รับผิดชอบให้ดีขึ้น โดยเฉพาะงานหลักของกรมฯ ใช้เครือข่ายในการทำงานสุดท้ายคือการดูแลรักษาครอบครัวและอยู่ในที่ที่ตนเองชอบที่สุด                                                


                         นายขวัญชัย วงค์นิติกร อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมพัฒนากรระหว่างประจำการ รุ่นที่ 1  โดยได้ให้โอวาทแก่พัฒนากรระหว่างประจำการ โดยสรุป ในวันที่ 3 มิถุนายน 2557

                       ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง

วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557

กระบวนการขับเคลื่อนชุมชน..ด้วยกระบวนการแผนชุมชน

การสร้างและพัฒนาหลักสูตรเฉพาะทาง เพื่อสนับสนุนกระบวนการขับเคลื่อนแผนชุมชนในพื้นที่เป็นภารกิจสำคัญประการหนึ่งของศูนย์ฯ ที่ได้จัดทำมาอย่างต่อเนื่อง และในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนสู่สถาบันแห่งความเป็นเลิศด้านการพัฒนาและบูรณาการแผนชุมชน ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง จึงได้จัดทำหลักสูตรกระบวนการขับเคลื่อนชุมชนตามมาตรฐานแผนชุมชน ขึ้น เพื่อเป็นการสนับสนุนผู้นำชุมชน/แกนนำหมู่บ้าน ให้มีความรู้ความเข้าใจกระบวนการขับเคลื่อนชุมชน และจัดทำแผนของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานแผนชุมชน





เรียนรู้และลงมือทำ..
ต้อนรับคณะทีมวิจัยชาวบ้าน บ้านทุ่งผา ม.1 ตำบลวอแก้ว ศึกษาดูงานร่วมแลกเปลี่ยนกระบวนการขับเคลื่อนแผนชุมชนของบ้านวอแก้ว 

          วันนี้..บ้านวอแก้ว หมู่ที่ 3 ตำบลห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง นำทีมโดยกำนันดำริห์ สุวรรณสุระและกรรมการหมู่บ้าน แกนนำชุมชน..ได้ทำหน้าที่ให้ข้อมูล แลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับเคลื่อนหมู่บ้านชุมชนผ่านกระบวนการแผนชุมชน ทั้งในส่วนที่ประสบความสำเร็จ และยังคงมีปัญหาอุปสรรคที่ชุมชนจะต้องร่วมกันวางแผนและร่วมกันขับเคลื่อนชุมชนต่อไป..
                                                                        
                                                                           บันทึก  19 กันยายน 2557
                                                                                 













วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2557

จัดการความรู้..คนศูนย์ลำปางปี2556


การจัดการความรู้ของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง ปี 2556
     จากนิยามในภาพรวม..หมายถึง การรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในศูนย์ฯ ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคลากรของศูนย์ฯ หรือในเอกสารตำรา รายงานสรุปผลการปฏิบัติงาน การวิจัย งานพัฒนาและประเมินผลฯลฯ มาพัฒนาให้เป็นระบบระเบียบ เพื่อให้บุคลากรในศูนย์ฯเข้าถึงความรู้เหล่านี้และสามารถนำความรู้มาพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้และปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ..ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาทีมงานในศูนย์ฯให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ..เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในที่สุด..
     ในช่วงปี 2553-2556 ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง กำหนดเป้าหมาย/วิสัยทัศน์มุ่งสู่องค์กรแห่งความเป็นเลิศด้านการพัฒนาและบูรณาการแผนชุมชน แผนการจัดการความรู้ของศูนย์ฯในปีนี้ จึงเป็นกระบวนการจัดการความรู้ในทุกๆเอง ที่มีเป้าหมายมุ่งไปสู่วิสัยทัศน์ของศูนย์ฯ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาบุคลากรทั้งภายในศูนย์ฯภายนอกศูนย์ฯ การพัฒนาผู้นำ การพัฒนาเครือข่าย ตลอดทั้งการพัฒนาระบบสารสนเทศ/ช่องทางการสื่อสาร
    1. สืบค้น..ค้นหาความรู้..เพื่อ"ให้รู้"
     เมื่อจะทำงาน..ทำกิจกรรม/โครงการอะไร คงต้องรู้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายต้องการอะไร..จะพัฒนาผู้นำ..คือต้องการให้ผู้นำมีบุคลิกภาพที่ดี มีภาวะผู้นำ สามารถเป็นแกนนำขับเคลื่อนกระบวนการในชุมชน สร้างชุมชนเข้มแข็งผ่านกระบวนการ/เครื่องมือแผนชุมชน เป็นต้น ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการ"ค้นหาความรู้"เหล่านั้น..โดยการ
-ค้นคว้าข้อมูลจากอินเตอร์เน๊ต
-เอกสาร/คู่มือ/ตำรา/รายงานการวิจัย
-จัดกลุ่มเรียนรู้/แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในศูนย์ฯ
-ความรู้จากผู้รู้ผู้มีประสบการณ์ในพื้นที่ ทั้งจากเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนของจังหวัดอำเภอ/จากผู้นำ/แกนนำในชุมชน /เครื่อข่ายแผนชุมชน และภาคีการพัฒนา สถาบันการศึกษาที่มีประสบการณ์ในการทำงานกับชุมชน
         *ผ่านช่องทางสื่อสารทางโทรศัพท์/การขอคำปรึกษา/ผ่านเวทีพิจารณาหลักสูตร
ร่วมกัน เป็นต้น
    2.ค้นหาได้แล้ว..นำความรู้ไปใช้อย่างไร..กับใครบ้าง?
ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปางมีงาน/กิจกรรม/โครงการ ที่ได้ดำเนินการในช่วงปีงบประมาณ 2556 แยกเป็น 3 กลุ่ม คือ..
-งานตามแผนยุทธศาสตร์กรมฯ
       *การฝึกอบรมหลักสูตรผู้นำการพัฒนา จำนวน 16 รุ่น
       *การฝึกอบรมคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จำนวน 42 รุ่น
       *การฝึกอบรมนักบริหารจัดการชุมชน
       *พัฒนาศักยภาพเยาวชนด้านการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น
       *การฝึกอบรมวิทยากรกระบวนการสร้างความเข้มแข็งกองทุนแม่ของแผ่นดิน
       *การฝึกอบรมเยาวชนโอทอปด้านแผนธุรกิจ
-งาน/กิจกรรมตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนสู่สถาบันแห่งความเป็นเลิศด้านการพัฒนาและบูรณาการแผนชุมชน
       *โครงการเงินคืองาน งานคือเงิน
       *โครงการcdd english camp and neighbor language
       *โครงการตลาดนัดแผนชุมชนสัญจร
       *โครงการสร้างและพัฒนาหลักสูตร
          -กระบวนการขับเคลื่อนแผนชุมชนสู่มาตรฐานแผนชุมชน"
          -ฝึกอบรมหลักสูตรเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียน 8 จังหวัดรับผิดชอบ
       *โครงการเครือข่ายแผนชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
- งานที่ศูนย์ฯให้บริการ ตามที่หน่วยงาน/องค์กรและพื้นที่รับผิดชอบขอรับการสนับสนุน
       *โครงการเพิ่มประสิทธิภาพผู้นำหมู่บ้านชุมชนต้นกล้ากองทุนแม่ของแผ่นดินใหม่
        (ปปส.)
       *โครงการscgรักษ์น้ำตามแนวพระราชดำริ(SCG+สถาบันแสนผะญ๋า)
       *โครงการเพิ่มศักยภาพศูนย์เรียนรู้กองทุนแม่ของแผ่นดินระดับอำเภอ(ปปส.)
       *ฝึกอบรมบุคลิกภาพผู้นำสตรีตำบลนาครัว(อบต.นาครัว อ.แม่ทะ จ.ลำปาง)
       *เวทีจัดการความรู้กองทุนแม่ของแผ่นดินอำเภอวังเหนือ(สพอ.วังเหนือ)
       *ฝึกอบรมเพิ่มประสิทธิภาพคณะกรรมการพัฒนาบทบาทสตรีและที่ปรึกษา
        อำเภอเด่นชัย จ.แพร่(กคส.จ แพร่)
               ฯลฯ
*****บทบาทหลักๆของบุคลากรศูนย์ฯคือการเป็นวิทยากรกระบวนการ โดยในทุกกิจกรรม/โครงการได้ใช้กระบวนการจัดการความรู้เป็นเครื่องมือในการทำงาน เริ่มตั้งแต่รวบรวมค้นหาความรู้มาจัดเตรียมทีมงาน วางแผนการสอน ฝึกซ้อม/ทดลองปฎิบัติ ลงมือปฎิบัติงาน แล้วสรุปบทเรียนการทำงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการทำงานในรูปแบบต่างๆ..
    3.การสร้างความรู้..จากการเรียนรู้และลงมือทำ..
      รูปแบบที่ศูนย์ฯลำปางใช้สร้างความรู้ มีทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น หลังการทำกิจกรรม/โครงการ จะมีเวทีสรุปบทเรียนการทำงานร่วมกัน เพื่อทบทวนปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่เป็นปัญหาอุปสรรคต่างๆ และเตรียมงานครั้งต่อไป
         เช่น -เวทีสรุปบทเรียนวิเคราะห์ผลการจัดการความรู้ของศูนย์ฯ
             -เวทีสรุปบทเรียนการเรียนรู้สู่ประชาคมอาเซียน
             -เวทีสรุปบทเรียนจากการอบรมผู้นำการพัฒนา
      รูปแบบการสร้างความรู้อย่างไม่เป็นทางการของบุคลากรศูนย์ฯ ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบของการทบทวนการทำงานของทีมงานในแต่ละวัน ได้แก่การประชุมstaff/ประชุมพี่เลี้ยง
หรือการทบทวนวันวาน/สรุปบทเรียนในกิจกรรมภาคเช้าของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละกิจกรรม/โครงการ
      การสร้างความรู้ของศูนย์ฯ อาจอยู่ในรูปของการส่งบุคลากรของศูนย์ฯเข้ารับการอบรมสัมมนาหรือเข้าร่วมการประชุม ทั้งในส่วนกลางหรือสถาบันการศึกษาอื่นๆ
         ได้แก่ ..การอบรมวิทยากรมืออาชีพฯ
               การอบรมบุคลากรด้านการจัดการความรู้
    **เป็นข้อสังเกตว่า..บุคลากรศูนย์ฯลำปาง ไม่เคยมีโอกาสเข้ารับการอบรมหรือเข้าร่วมกิจกรรม/โครงการหรือรับนโยบายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการแผนชุมชน จากกรมการพัฒนาชุมชนเลย..แต่กระบวนการจัดการความรู้ โดยเฉพาะการสร้างความรู้จากการลงมือปฏิบัติร่วมกับชุมชน/หมู่บ้าน..ก็เป็นโอกาสที่ดีกว่า..ดังคำที่ผู้รู้กล่าวไว้ "ในการจัดการความรู้นี้..การเรียนรู้สำคัญกว่าตัวความรู้ เพราะตัวความรู้นั้นอาจหยุดนิ่งตายตัว แต่การเรียนรู้มีลักษณะมีชีวิต..ดิ้นได้..และการเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือ การเรียนรู้ร่วมกันผ่านการปฏิบัติ..
      4.การสะสมองค์ความรู้ของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง มีอยู่หลากหลายรูปแบบ ทั้งที่เป็นชุดเอกสารอ่านประกอบ แผนการสอน สื่อการเรียนการสอนในรูปของเพาเวอร์พ้อย คลิปวีดีโอ ชุดความรู้ บทความ เป็นต้น
       5.รู้แล้วเผยแพร่..แบ่งปัน..แลกเปลี่ยน
   ผ่านช่องทางการสื่อสารใน..คลังความรู้เรื่องแผนชุมชนของศูนย์ฯ เว็บไซด์ศูนย์ฯ(www.org.th) เว็บบล๊อกๅKMศูนย์ฯ(knowledgecdd5.blogspot.com) facebookศูนย์ฯ ผ่านระบบOA เอกสารคู่มือประกอบ วีดีทัศน์ DVD
รวมทั้งเผยแพร่ผ่านการประชุม พูดคุยแลกเปลี่ยน และในเวทีทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการ

ข้อคิดบทเรียน...ที่ได้จากการจัดการความรู้..ในการทำงานร่วมกัน
-ผู้บริหารต้องใช้การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือในการกำหนดนโยบาย กำหนดแนวทางในการขับเคลื่อนการทำงานของศูนย์ฯ ให้สอดคล้องกับนโยบายกรมฯ.
-ในการจัดการความรู้ของศูนย์ฯ เราต้อง"รู้จริง"ในเรื่องที่เป็นบทบาทภารกิจ(กระบวนการแผนชุมชน) ซึ่งต้องลงมือปฏิบัติจริง จึงจะเกิดประสบการณ์(ความรู้)
-การได้มาซึ่งความรู้..ทั้งที่เป็นข้อคิด/ข้อสรุปจากการทำงานร่วมกัน สามารถเกิดขึ้นได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ
-ในข้อจำกัดของศูนย์ฯเรื่องบุคลากรมีจำนวนน้อย..การทำงานให้บรรลุเป้าหมายของศูนย์ฯจึงต้องสร้างเครือข่ายการทำงานทุกรูปแบบ เพื่อให้ได้ข้อคิด/ได้ความรู้มาใช้ในการทำงาน

วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

เรียนรู้..กระบวนการขับเคลื่อนชุมชนกับคนวอแก้ว..

             ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง ร่วมกันสร้างและพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมขึ้นมาหนึ่งหลักสูตรในปีนี้ สำหรับฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานในชุมชน  ด้านกระบวนการขับเคลื่อนชุมชนตามมาตรฐานแผนชุมชน  เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเรียนรู้กระบวนการแผนชุมชนและขับเคลื่อนชุมชนตามมาตรฐานแผนชุมชน
             ศูนย์ฯ คาดหวังว่า..หลังจากที่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นแกนนำในหมู่บ้านชุมชน ผ่านกระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรฯ จะสามารถขับเคลื่อนกระบวนการในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ..คือสามารถสร้างการเรียนรู้ การมีส่วนร่วมในชุมชน และเพิ่มศักยภาพของทีมแกนนำของชุมชน
กรอบหลักสูตร
เป็นNEED..หรือเป็นWANT ?
1.เรื่องนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานหรือไม่..
     - หลักสูตรฯ ที่ยกร่างขึ้นมานั้น เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานโดยตรง เพราะศูนย์ฯลำปางถูกวางเป้าหมายองค์กรสู่สถาบันแห่งความเป็นเลิศด้านการพัฒนาและบูรณาการแผนชุมชน
2.จำเป็นต้องรู้..ไม่รู้ทำงานไม่ได้ หรือทำได้ไม่ดี และ
3.เป็นความจำเป็นของงาน ไม่ใช่ความต้องการส่วนตัวของใคร
(ข้อพิจารณา 3 ข้อนี้ อ้างอิงมาจาก อ.สมศักดิ์ วิวัฒน์ไพศาล..การบริหารโครงการฝึกอบรมอย่างมืออาชีพ)

คำตอบ!!..เข้าไปค้นหาที่บ้านวอแก้ว ม.3 ตำบลวอแก้ว อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ศึกษาความต้องการฝึกอบรม  **เป็นความจำเป็นของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง+เป็นความต้องการของแกนนำ..คนวอแก้ว..ผ่านการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับแกนนำชุมชนบ้านวอแก้วในหลายๆเวทีและการประชุมร่วมกัน..ศูนย์์ฯขอใช้บ้านวอแก้วเป็นพื้นที่ทดลองหลักสูตรฯ ..ส่วนแกนนำบ้านวอแก้วโดยเฉพาะท่านกำนันดำริห์ สุวรรณสุระ กำนันคนใหม่ของตำบลวอแก้วและทีมแกนนำ ก็กำลังวางแผนพัฒนา/ขับเคลื่อนชุมชนวอแก้วทั้งที่เป็นปัญหาความต้องการ    และพัฒนาต่อยอดทุนในชุมชนที่มีอยู่..

ทีมงานอาสา....ยกร่างหลักสูตร 
ทีมงานศูนย์ฯ ร่วมกันพิจารณาร่างหลักสูตรและรายละเอียดตามแผนการสอนที่ร่วมกันยกร่างขึ้นมา ในประเด็นเรื่องตัวชี้วัดหลักสูตร..ที่ต้องวัดได้ว่า แกนนำชุมชนที่ผ่านหลักสูตรฯนี้ สามารถนำกระบวนการจากหลักสูตรไปใช้ประโยชน์ให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างไร..การเลือกใช้เครื่องมือในการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลของแกนนำชุมชน ให้เหมาะสม..โดยเฉพาะการนำเรื่องบัญชีครัวเรือนมาเป็นเครื่องมือหนึ่งของแกนนำชุมชน..








ผู้มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาชุมชน..
ให้คำปรึกษา
...หลักสูตรกระบวนการขับเคลื่อนชุมชนตามมาตรฐานแผนชุมชน ที่ทีมงานศูนย์ฯยกร่างขึ้นมา โดยได้รับความอนุเคราะห์ให้คำปรึกษาและชี้แนะจากอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์ลำปาง อ.ปุณิกา อภิรักษ์ไกรศรี ..จากปราชญ์ชาวบ้าน/แกนนำชุมชนบ้านสามขา พี่หนานชาญ อุทธิยะและจาก อ.เทพ วงศ์สุภา พัฒนาการอำเภอผู้มีประสบการณ์ในการทำงานกับชุมชนและ
ภาคีเครือข่าย ทั้งเคยเป็นอดีตนักวิชาการพัฒนาชุมชนของศูนย์ฯลำปางด้วย
















การทดลองหลักสูตร 
กระบวนการขับเคลื่อนชุมชนตามมาตรฐานแผนชุมชน
ณ บ้านวอแก้ว หมู่ที่ 3 ตำบลวอแก้ว อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง

กิจกรรมที่ 1 ประชุมเชิงปฏิบัติการแกนนำ
ชุมชนฯ ( 10-11 ส.ค.56) ประเด็นหลักในการสร้างความรู้ความเข้าใจกับแกนนำ ที่เป็นกรรมการหมู่บ้าน กรรมการคุ้ม และกรรมการกลุ่มต่างๆในชุมชน..
             -เปิดโลกทัศน์กระบวนการชุมชน..กระบวนการแผนชุมชน
             -มาตรฐานแผนชุมชน
             -ทักษะพื้นฐานของแกนนำชุมชน/ทักษะวิทยากรกระบวนการ
             -เครื่องมือการวิเคราะห์ชุมชน
             -การวางแผนปฏิบัติการ






กิจกรรมที่ 2    กิจกรรมการจัดเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลของแกนนำชุมชน 
( 13 ส.ค. -1 ก.ย.56 )
             2.1 ประชุมเตรียมความพร้อมแกนนำชุมชน ( 13 ก.ย.56 )
                   -ทำความเข้าใจการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลชุมชน

               

             2.2 ดำเนินกิจกรรมร่วมกันในชุมชน(กลุ่มแกนนำเจ้าภาพรับผิดชอบประเด็น+ชาวบ้าน จัดเก็บข้อมูลชุมชน)
                   14-30 ส.ค.56
10 ประเด็นหลักที่แกนนำชุมชนเป็นผู้กำหนด
                         * การท่องเที่ยว/โฮมสเตย์
                         * การจัดการทรัพยากร/สิ่งแวดล้อม 
                         * การพัฒนาเยาวชน  
                         * การส่งเสริมอาชีพ(กลุ่มอาชีพ/กองทุนต่างๆ) 
                        * วัฒนธรรมประเพณี/ศาสนา/ภูมิปัญญา/ปราชญ์ชาวบ้าน 
                         * สุขภาพคนในชุมชน(ด้านสาธารณสุข) 
                         * การศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ 
                         * การปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อย/งานพัฒนา                          
                         * แผนผังหมู่บ้าน (10 คุ้ม)  
                         * ประวัติศาสตร์ชุมชน  
                         * ปฏิทินฤดูกาล (ด้านอาชีพ -แกนนำด้านส่งเสริมอาชีพ
                           +ด้านวัฒนธรรม-แกนนำด้านวัฒนธรรม)

             2.3 เวทีวิเคราะห์ข้อมูลชุมชนโดยแกนนำชุมชน(จำนวนเวทีตามประเด็นในชุมชน)
                   14-30 ส.ค.56


          

2.4 เวทีวิเคราะห์ข้อมูลบัญชีครัวเรือน
 ( 31 ส.ค.56)


          



วันที่ 27-29 ส.ค.2556 ตัวแทนแกนนำชุมชนบ้านวอแก้ว ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และศึกษาดูงานที่
ศูนย์ศึกษาวิทยาการชุมชนบ้านหนองกลางดง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามโครงการเครือข่ายแผนชุมชนภาคเหนือกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ..



             2.5 เวทีสรุปนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลของแกนนำชุมชน ( 1 ก.ย.56)


        ตัวแทนแกนนำแ่ต่ละประเด็น นำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล..สถานการณ์ปัจจุบัน จุดอ่อน จุดแข็ง 
โอกาส ปัญหาอุปสรรค..พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางปรับปรุงแก้ไขหรือข้อเสนอแนะในการทำงานแต่ละประเด็น..
กิจกรรมที่ 3  เวทียกร่างแผนชุมชน 

             


•กำหนดเป้าหมาย วิสัยทัศน์การทำงาน
ร่วมกัน ใน 1-3 ปีข้างหน้า
•-กำหนดวิธีการ และแผนงานกิจกรรม/โครงการ ที่จะไปสู่เป้าหมายใน 1- 3 ปี (ทำแผนยุทธศาสตร์ของชุมชน)โดยตัวแทนแกนนำแต่ละประเด็นนำเสนอกิจกรรม/โครงการ..(กิจกรรม/โครงการ/เป้าหมาย/ระยะเวลา/งบประมาณ/แหล่งงบประมาณ/ผู้รับผิดชอบ)..ซึ่งเป็นกิจกรรม/โครงการที่มาจากการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันในเวทีครั้งก่อน

กิจกรรมที่ 4  เวทีบูรณาการแผนชุมชน 

*แกนนำชุมชนร่วมกับกลุ่มองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องในชุมชน ร่วมกันประสาน
          แผนงาน/กิจกรรม/โครงการและการทำงานร่วมกัน


กิจกรรมที่ 5  กิจกรรมการประชาพิจารณ์แผนพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชน
  *จัดประชุมหมู่บ้าน นำเสนอแผนงาน/กิจกรรม/โครงการ ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการ
   ตั้งข้อสังเกตและให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม 


สรุปการเรียนรู้..กระบวนการขับเคลื่อนชุมชนกับคนวอแก้ว..ด้วยกระบวนการแผนชุมชน

•1.การสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับชุมชน..เรื่องแผนชุมชน
•2.สร้างทีมงาน..กรรมการหมู่บ้าน/กรรมการคุ้ม/ผู้ทรงคุณวุฒิ/ฯลฯ
•3.สร้างความเข้าใจทีมงาน..เรื่องกระบวนการแผน
•4.การรวบรวมข้อมูล
•5.การวิเคราะห์ข้อมูล..ปัญหาอุปสรรค จุดอ่อนจุดแข็ง..แนวทางแก้ไข..
•6.ทำยุทธศาสตร์ของชุมชน..กำหนดเป้าหมายร่วมกัน(วิสัยทัศน์)/จะต้องทำอะไรบ้างให้บรรลุเป้าหมาย(พันธกิจ)/กลยุทธ์/..เอาแนวทางมาทำเป็นกิจกรรม/โครงการ
•7.ร่างแผนชุมชน...
       แผนที่/แผนผังชุมชน
       ประวัติศาสตร์ชุมชน
       ภูมิประเทศ
       ข้อมูลทั่วไป(ประชากร/การศึกษา/พื้นที่การเกษตร/ฯลฯ)
       ข้อมูลด้านศักยภาพชุมชน(ข้อมูล+ผลการวิเคราะห์ทั้ง 10 ประเด็น)
       แนวทางแผนยุทธศาสตร์ชุมชน(วิสัยทัศน์/แผนงานกิจกรรมโครงการฯ)
8.บูรณาการแผน...เชิญหน่วยงาน/องค์กรอื่นๆ มาพูดคุย/สนับสนุน(บูรณาการคน/งาน/โครงการฯลฯ)
9.ประชาพิจารณ์แผน..เอาแผนทั้งหมดมาเล่าให้ชาวบ้านฟัง..+ให้เสนอแนะเพิ่มเติมฯลฯ
                                
                                  ผู้บันทึกกระบวนการ อัญชลี ป่งแก้ว