วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อการพัฒนางาน

การสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อการพัฒนางาน   

         ผมสรุปสาระสำคัญจากที่ได้ไปประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อประมวล กลั่นกรองและสังเคราะห์องค์ความรู้นำไปสู่นวัตกรรมในงานพัฒนาชุมชน ระหว่างวันที่  ๕ - ๗ มิถุนายน ๒๕๕๖ ณ วิทยาลัยการพัฒนาชุมชน อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เฉพาะในส่วนของ "การสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อการพัฒนานวัตกรรมในการพัฒนางาน" ที่คุณศิวาพร ภมรประริต ผอ.ส่วนการฝึกอบรม กรมชลประทาน มาเป็นวิทยากร สรุปความได้ว่า
     กรมชลประทานได้รับรางวัลด้านบริการประชาชน โดยองค์การสหประชาชาติ(UN)
เป็นรางวัล 1 ใน 10 ของโลก  วิทยากรยืนยันผลงานโดยการเปิด วีดีทัศน์เรื่อง ลุ่มน้ำกระเสียว
ให้ชม

     วีดีทัศน์เล่าถึงวิถีชีวิตของคนแถบลุ่มน้ำแม่ยม ปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝน และแห้งแล้งในฤดูแล้ง น้ำไม่พอสำหรับการเพาะปลูกพื้นที่ ๙๒,๐๐๐ ไร่ และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาแย่งการใช้น้ำถึงขั้นฆ่ากันตาย ด้านอำเภอหนองม่วงไข่ กั้นน้ำทำให้พื้นที่อำเภอเมืองแพร่ไม่พอใจ เกษตรอำเภอรวบรวมปัญหาเสนอกรมชลประทานสูบน้ำแม่ล่ายข้ามมาใส่ลำน้ำแม่ยม ทำทำนบกั้นแม่ยม ชาวบ้านรวมตัวกันกั้นน้ำแม่ยม
      วิทยากรวิเคราะห์ว่า เป็นการก่อเกิด
กลไก ๓ ประสาน คือ
          ๑)การสนับสนุนการเพาะปลูก(หน่วยสนับสนุน)          
          ๒)การบริหารจัดการน้ำแบบมีส่วนร่วม          
          ๓)การควบคุมดูแล และปฏิบัติตามข้อตกลง(ดูแลการสูบน้ำ)

      ต่อมา เกษตรกรฝั่งซ้ายแม่น้ำยมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ปลายน้ำได้น้ำก่อน กระบวนการเสริมสร้างความเข้าใจกันถึงระบบชลประทาน กรมชลประทานลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลรวมทั้งภาพถ่ายทางอากาศ ติดตามการเพาะปลูก จัดเวทีแลกเปลี่ยน..จนค้นพบนวัตกรรม ดังนี้
วิทยากรสรุปว่า 10 ปี
  •   นวัตกรรมเกี่ยวกับงานโดยตรง เป็น กระบวนการทำงานใหม่
  •   มีอะไรดีที่ไหนแวะไปดู Site visit
  •   ที่นั่นเตรียมพร้อมที่เราจะเรียนรู้

     กพร.บังคับให้ส่งนวัตกรรม : วิทยากรย้ำว่า..
Ø ปรับปรุง พัฒนางานจากแนวคิดใหม่
Ø นวัตกรรมเกิดจากพวกเราเอง

     พัฒนาชุมชนมี Story Telling : การเล่าเรื่อง เรื่องไหนเป็น Best Practice
วิทยากรกล่าวว่า กรมชลประทาน มีข้าราชการเกษียณอายุปีละราว 100 กว่าคน จำเป็นต้องวางแผนยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์ กลยุทธ์ เพื่อการจัดการความรู้ และมีการให้รางวัลโดยส่งประกวดและ ทบทวน ระบบ
KM Process


ตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้น..
1.ยุทธการตักน้ำใส่ตุ่ม
2.กลั่นกรอง
3.จัดเก็บเป็นระบบ
4.ทำคู่มือ : ทำให้เขาเข้าถึง สั้นๆ : จัดเวที
เทรนX เทรนY : จัดเป็นศูนย์ความรู้กลาง
Search……(อยากรู้อะไร กองไหนเก็บเรื่องอะไร ) ศูนย์สารสนเทศเป็นแม่ข่าย

                  :เข้าถึงได้ : เอกสาร
                  : ตัวคน : อายุงาน 30-40 ปี ต้องถอดองค์ความรู้ 
                  : การติดตามนายไปทำงาน การแก้ไขปัญหาแบบนี้แบบนั้น
                  :ต้องเจอหน้ากัน(Face to Face)
                  :พี่สอนน้อง : ช่องทาง : การนำไปใช้/ไม่นำไปใช้
                  การนำไปใช้ : เกลียวความรู้

                                        ยกระดับความรู้ได้ 7 ขั้นตอน คือ..
                                             1.บ่งชี้ : ระบุ/เลือก
                                             2.สร้าง/แสวงหา 
                                             3.จัดระบบ
                                            4.ประมวล/กลั่นกรอง
                                            5.เข้าถึงความรู้
                                            6.แลกเปลี่ยนความรู้
                                            7.เรียนรู้
เกิดประโยชน์คือ...น้องใหม่ : องค์ความรู้ที่จำเป็น
1.ศึกษาอะไรบ้าง คู่มือ ตัวอย่าง กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เช่น คู่มือการบริหารโครงการ คู่มือการหา TN
2.มอบให้น้องทำ เพื่อตรวจสอบดูว่าน้องอ่านคู่มือหรือยัง
    -การสื่อสาร : สร้างความเข้าใจ
    -กระบวนการและเครื่องมือ
    -กระบวนการและเครื่องมือ
    -กระบวนการและเครื่องมือ : เครื่องมือที่ใช้จัดการความรู้
    -การฝึกอบรมและเรียนรู้
    -การฝึกอบรมและเรียนรู้
    -การฝึกอบรมและเรียนรู้ : ให้ความรู้เรื่องการจัดการความรู้
    -การยกย่อง ชมเชย ให้รางวัล
    -การยกย่อง ชมเชย ให้รางวัล
    -การยกย่อง ชมเชย ให้รางวัล : สร้างแรงจูงใจ
         สำเร็จเพราะอะไร ล้มเหลวเพราะอะไร

3.การถอดความรู้
-การเตรียมการและปรับพฤติกรรม : กำหนดผู้รับผิดชอบ
-การประเมินติดตามผล : ประเมินผลการจัดการความรู้เพื่อ
พัฒนากระบวนการ/วิธีการ เช่น AAR
สรุป ต้องได้สาระ แก้ไขสิ่งผิดๆที่ผ่านมา
การประกวด CKO ดีเด่น ต้องรักษาไว้อย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป
ตัวชี้วัดกระบวนการ
-ติดตามทุก 3 เดือน
-รายงานทุก 3 เดือนด้วยระบบ Online


ปัญหาการจัดการความรู้(KM)ขององค์กรส่วนใหญ่ที่ทำให้ไม่เกิดการเรียนรู้และนวัตกรรม
1.กิจกรรม KM ไม่ได้ทำกับ Key Knowledge หรือ องค์ความรู้หลักของหน่วยงาน
2.การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ไม่ได้แลกเปลี่ยนใน Critical

วัฒนธรรมการเรียนรู้ กรมชลประทาน
1.พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง : องค์ความรู้เปลี่ยน เช่น เมื่อก่อนเราใช้ POSCOP
ปัจจุบันใช้ OLC
2.ทำงานเป็นทีม : ไม่ทำงานสายเดียว ต้องมีหลายสายงาน ข้ามสายงาน
3.แลกเปลี่ยนเรียนรู้ : ทำแผนเสร็จแล้ว มีการคุยกันเพื่อแก้ไข.....
4.คิดริเริ่มสร้างสรรค์ เช่น มีเกณฑ์การประกวด ปีที่ 1 ปีที่2 ปีที่3 อัพเกรด เป็นต้น


             Key word.. พี่ล้าหลังเทคโนโลยี..น้องขาดประสบการณ์
                                                                                    ---------------------


                                                                                                   ผู้บันทึก ไกรฤกษ์ มูลเมือง
                                                                                                  นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
























วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เวทีจัดการความรู้กองทุนแม่ของแผ่นดิน..ที่ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง

                       ทีมศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง มีโอกาสไปสนับสนุนพื้นที่อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ด้วยการเป็นวิทยากรกระบวนการ  กิจกรรมการจัดการความรู้กองทุนแม่ของแผ่นดินแก้ไขปัญหายาเสพติด ณ องค์การบริหารส่วนตำบลวังซ้าย ในวันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2556

                       หลังจากที่คุณวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ นายอำเภอวังเหนือ ได้มอบแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยหมู่บ้าน/ชุมชน ให้กับหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินทั้ง 15 หมู่บ้าน จำนวน 40 คนแล้ว 
พัฒนาการอำเภอวังเหนือ คุณพิเชฏฐ์ อาจสามารถ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมในวันนี้ เพื่อกำหนดเป็นแผนการดำเนินงานหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินของอำเภอวังเหนือต่อไป




เวทีแลกเปลี่ยนเพื่อจัดการความรู้..หมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน
โดย.....ทีมวิทยากรศูนย์ฯลำปาง
          ทีมงานศูนย์ฯลำปางวันนี้ ไปด้วยกันสี่คน แบ่งหน้าที่กันทำ โดยมีคนเดินเวทีหลัก 1 คนและผู้ช่วย 1 คน อีก 2 คนจับประเด็นจากเวทีเขียนเป็น mind map โดยกำหนดประเด็นคำถามหลักๆและคำถามรองไว้กันล่วงหน้าแล้ว ทีมงานตกลงร่วมกันว่า เวทีวันนี้จะไม่ใช้คำว่า “เวทีจัดการความรู้” และก็จะไม่พูดคำว่า “เวทีถอดบทเรียน” เพราะทั้งสองคำ ไม่ว่าจะเป็น จัดการความรู้ หรือ ถอดบทเรียน ล้วนเป็นคำยากและไม่ใช่ภาษาท้องถิ่น..ซึ่งคงต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจความหมาย แต่เราจะพูดกันง่ายๆถึงสถานการณ์การดำเนินงานของหมู่บ้านกองทุนแม่ฯ ของอำเภอวังเหนือ ตั้งแต่ปี 2548 มาจนถึงปี 2555/2556 ว่ามีแนวคิดแนวทางในการทำงานกันอย่างไร ผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้น รวมทั้งปัจจัยความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกัน เป็นเครือข่ายหมู่บ้านกองทุนแม่ของอำเภอวังเหนือต่อไป

เริ่มต้นง่ายๆ..คิด เขียน..อ่าน..และติด..
              เราเริ่มต้นจากบัตรคำ ให้กรรมการกองทุนแม่ฯเขียนชื่อกองทุนแม่ของแต่ละบ้าน พร้อมกับให้บอก”เป้าหมายหลักๆ”ของกองทุนแม่ฯหมู่บ้านของท่าน..คิดแล้วเขียน-อ่านที่เขียน.และนำมาติดบนกระดาษฟลิปชาร์ท ทีมศูนย์ฯชี้ให้ตระหนักถึงเป้าหมายของการทำงานทุกครั้งและทุกๆเรื่อง..ทำอะไรต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัด เพราะ..เมื่อวางเป้าหมายร่วมกันชัดแล้ว..กรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดินก็จะมีโจทย์ร่วมกันต่อไปว่า จะต้องทำอะไรบ้างเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นๆ
-เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด
-เพื่อเฝ้าระวังคนในชุมชนให้ห่างไกลยาเสพติด
-เพื่อส่งเสริมอาชีพคนในชุมชน
-เพื่อช่วยเหลือคนยากจนในชุมชน
-เพื่อสร้างสวัสดิการในชุมชน
-เพื่อสร้างความสามัคคีในชุมชน
-ฯลฯ


...ซึ่งแต่ละหมู่บ้านกองทุนแม่ต่างมีเป้าหมายที่แตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละชุมชน แต่เป้าหมายหลักๆที่เหมือนกันคือ ระดมกองทุนในการจัดกิจกรรมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน



เริ่มชวนกันพูดคุยแลกเปลี่ยนตามประเด็นที่เตรียมไว้..



สรุปประเด็นแลกเปลี่ยนด้วยแผนที่ความคิด
           แน่นอนว่า..การแลกเปลี่ยนในเวทีไม่ใช่การถามตอบหรือเป็นแค่การให้คนในเวทีซึ่งเป็นประธานและกรรมการกองทุนแม่ฯ เปลี่ยนกัน “เล่าเรื่อง”การดำเนินงานที่ผ่านมา..

แต่ ความรู้ที่เกิดขึ้น(ใหม่) ระหว่างปฏิบัติงาน/ขับเคลื่อนกองทุนแม่ในหมู่บ้าน/ชุมชน ไม่ว่ากิจกรรมนั้นๆจะสำเร็จ/ทำได้ดี หรือ ล้มเหลว..หรือทำได้ไม่ดีนัก หรือมีปัญหาอุปสรรค ข้อจำกัดต่างๆ แต่ประสบการณ์หรือบทเรียนที่กรรมการ/คนทำงานได้รับคือ “ความรู้” ที่ทั้ง 15 กองทุนแม่ฯได้มีเวทีแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ จะได้เป็นแนวทางในการปรับปรุง ประยุกต์ใช้ หรือ ต่อยอดการดำเนินงานของกองทุนแม่ฯให้บรรลุเป้าหมาย/วัตถุประสงค์ของแต่ละหมู่บ้าน/ชุมชนต่อๆไป



สุดท้ายในเวทีฯ เป็นประเด็นวิเคราะห์ร่วมกัน ต่อเนื่องจากผลสรุปที่เป็นข้อจำกัด    ปัญหาอุปสรรคจาก mind map ในประเด็นข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น และแนวทางการทำงานร่วมกันของเครือข่ายทั้ง 15 หมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน..ที่อำเภอวังเหนือ..
-จัดอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจการดำเนินงานกองทุนแม่ฯ
-ศึกษาดูงานหมู่บ้านกองทุนแม่ฯที่ประสบความสำเร็จ
-ขับเคลื่อนกองทุนแม่ร่วมกันเป็นเครือข่ายฯ
-สร้างทีมงานกองทุนแม่ให้มีความหลากหลายในการทำงาน
-ประธานกองทุนแม่ควรเป็นผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีความน่าเชื่อถือ เสียสละและมีความรู้
-ให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นที่ปรึกษากองทุนฯ
-กรรมการกองทุนแม่ฯ เมื่อได้รับการอบรมแล้ว ควรสามารถถ่ายทอดต่อให้ชุมชนเข้าใจได้
-ภาครัฐ/องค์การบริหารส่วนตำบลสนับสนุนการขับเคลื่อน/ให้ความรู้/งบประมาณฯ
-เสนอขอรับเงินพระราชทาน(เงินขวัญถุง)ที่จังหวัด
-จัดกิจกรรมเข้าค่ายให้กับเยาวชน
-ออกกฎหมายให้มีบทลงโทษที่เด็ดขาด
-เพิ่มความถี่ในการตรวจตราเรื่องยาเสพติด
-ตัดต้นตอ/แก้ไขปัญหาจากต้นตอ เพื่อลดการแพร่ระบาดยาเสพติด
          ฯลฯ


                        ถ้ากองทุนแม่ฯ เป็นทุนเริ่มต้นของความดีงามในหมู่บ้านชุมชนแล้ว..  เวทีจัดการความรู้ในครั้งนี้ คงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินของคนอำเภอวังเหนือ.ด้วยเช่นกัน...
                                                   

 ขอร่วมชื่นชมความดีงามและเป็นกำลังใจให้คนทำงานทุกท่าน
                        ทีมงานศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง

                                                         *นางอัญชลี ป่งแก้ว     นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ
                                                         *นายธาดา ธีระวาทิน   นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ
                                                         *นายไกรฤกษ์ มูลเมือง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
                                                         * นางสาววชิรญาณ์ แย้มเยื้อน นักทรัพยากรบุคคล                                                                                                 
                                                                                         5 มิถุนายน 2556


                                              






วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ผู้แทนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีด้านการจัดทำแผนพัฒนาสตรีและฝึกทักษะการเขียนโครงการ



ทีมงานศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง  ได้รับการประสานงานจากพัฒนาการอำเภอทุ่งหัวช้าง ให้ทำหน้าที่เป็นวิทยากรสนับสนุนการเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้านการจัดทำแผนพัฒนาสตรีและฝึกทักษะเทคนิคการเขียนโครงการ ให้แก่กรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจาก 35 หมู่บ้านๆละ 2 คน รวม 70 คน  ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอทุ่งหัวช้าง อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน ในวันที่ 25 ตุลาคม 2555  ทำให้ได้ข้อคิดดีๆ จากการจัดกระบวนการเตรียมความพร้อมให้แก่กรรมการกองทุนฯ ในครั้งนี้

ท่านนายอำเภอสุภาพรรณ บุญถนอม ให้ข้อคิดในการทำงานแก่กรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน ว่า “อย่าคิดว่าเราเป็นผู้หญิง..แต่ให้คิดว่าเราทำหน้าที่อะไร? เราจะต้องทำอะไรบ้าง..อย่าคิดว่าเพราะเป็นผู้หญิงจะทำงานแบบผู้ชายไม่ได้ ..ให้เชื่อมั่นว่าเราทำได้ ทำได้ดีด้วย เพราะผู้หญิงมีจิดใจที่ละเอียดอ่อนกว่า..ในการมองเรื่องราวต่างๆ..ไม่อย่างงั้นจะเป็นผู้นำในครอบครัวได้อย่างไรฯ ”


กระบวนการที่ใช้...

1.แนะนำตัว ละลายพฤติกรรม สร้างความสัมพันธ์  บอกวัตถุประสงค์ กระบวนการ และข้อตกลงร่วมกันเพื่อให้กระบวนการบรรลุวัตถุประสงค์การฝึกอบรม
2.ชวนคุยเรื่องของผู้หญิงในหมู่บ้าน ในภาพรวมๆจากอดีตมาถึงปัจจุบันซึ่งเปลี่ยนแปลงไป ชี้ให้เห็นความสำคัญของผู้หญิงในบทบาทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทุกมิติ..ครอบครัว การศึกษา ศาสนา การเมืองการปกครอง สุขภาพสุขภาวะของชุมชน ประเพณีวัฒนธรรม สังคม..
3.ตั้งประเด็นคำถามเริ่มต้นง่ายๆ..พวกเราผู้หญิง..แม่บ้าน ทำอะไรกันบ้างในหมู่บ้านชุมชนของเรา ทีมวิทยากรเก็บทุกคำตอบขึ้นฟลิปชาร์ท จัดกลุ่มกิจกรรม/งานที่ทำเป็นกลุ่ม/ด้าน
4.วิทยากรชวนคุยในแต่ละกิจกรรมที่ทำนั้น(เลือกเฉพาะประเด็นหรือกิจกรรมที่สำคัญๆ) ว่าทำอย่างไรกันบ้าง จุดเน้นให้เห็นถึงวิธีการทำงาน เห็นความสำเร็จ หรือไม่สำเร็จอย่างไร ปัญหาอุปสรรคคืออะไร มีใครมาช่วยสนับสนุนมาเกี่ยวข้องบ้างฯลฯ
5.แจกกระดาษฟลิปชาร์ท ให้กรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีทุกหมู่บ้าน ได้วิเคราะห์ตัวเองตามประเด็นคือ พับครึ่งฟลิปชาร์ท ซีกซ้ายให้เขียนกิจกรรมหรืองานที่ทำได้ดี ภาคภูมิใจ ทำสำเร็จ ส่วนซีกขวาให้เขียนเรื่อง/งานหรือกิจกรรมที่ทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ หรือทำได้ไม่ดี..


6.ทีมวิทยากรสอบถามภาพรวมของงาน/กิจกรรมที่ทำได้สำเร็จและไม่สำเร็จ เขียนบนฟลิปชาร์ทและให้กรรมการฯ เพิ่มเติม
7.วิทยากรเลือกกิจกรรมที่ประสบความสำเร็จมา 1 กิจกรรม ตั้งคำถามว่าทำอย่างไรถึงทำกิจกรรมนี้ได้ดี เพราะอะไร มีปัจจัย/เงื่อนไขอะไรมาเกี่ยวข้อง หรือมาช่วยสนับสนุนให้ทำสำเร็จบ้าง เขียนลงบนฟลิปชาร์ท
8.วิทยากรตั้งคำถามต่อว่า แต่ละคำตอบหรือเหตุผล/ปัจจัยที่มาสนับสนุนให้ทำได้ดีหรือสำเร็จนั้น ให้ช่วยกันวิเคราะห์ดูว่าปัจจัย/เงื่อนไขอะไรบ้าง..เกิดขึ้นจากตัวเราเอง(กลุ่มสตรี) ใส่สัญลักษณ์ไว้ ( ) อะไรเกิดจากคนอื่น เหตุอื่นช่วยสนับสนุน ทำสัญลักษณ์ไว้หน้าคำตอบ ()  เช่น...

                           มีการประชุมปรึกษากันก่อนจะทำ...
                          กลุ่มมีความรักความสามัคคีกัน
                        ผู้ใหญ่บ้านให้ความสำคัญ
                        มีหน่วยงาน...มาให้คำแนะนำ
วิทยากรชี้ให้เห็นถึงข้อดีหรือจุดแข็ง และโอกาสดีๆ ที่มาเสริม/สนับสนุนกลุ่มสตรีในหมู่บ้านชุมชน
9.วิทยากรเลือกกิจกรรมที่ไม่ประสบความสำเร็จมา 1 กิจกรรม ตั้งคำถามว่าทำไมถึงทำกิจกรรมนี้ได้ไม่ดี เพราะอะไร มีปัจจัย/เงื่อนไขอะไรมาเป็นปัญหาอุปสรรค หรือทำให้ทำได้ไม่ดี ไม่สำเร็จ เขียนลงบนฟลิปชาร์ท
10.แต่ละคำตอบ หรือปัญหาอุปสรรคนั้น เกิดจากตัวเราเอง(กลุ่มสตรี) หรือเกิดจากเหตุอื่น/คนอื่น ให้ใส่สัญลักษณ์   เช่น
                            ต่างคนต่างทำ ไม่พูดคุยกัน (จุดอ่อน)
                          หมู่บ้านอยู่ห่างไกล (อุปสรรค)
วิทยากรชี้ให้เห็นถึงข้อเสียหรือจุดอ่อนของกลุ่มสตรี และอุปสรรค ข้อจำกัด ที่ส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรมนั้นๆ


12.แจกกระดาษฟลิปชาร์ทแผ่นที่สองให้ทุกหมู่บ้าน เลือกกิจกรรมที่ทำได้ดีมาวิเคราะห์หาเหตุ/ปัจจัยว่าเพราะอะไรถึงทำได้ดีหรือทำสำเร็จ พร้อมใส่สัญลักษณ์ว่าเป็นเพราะตัวเราเอง หรือเกิดจากเหตุอื่น/คนอื่น
13.แจกกระดาษฟลิปชาร์ทแผ่นที่สามให้ทุกหมู่บ้าน เลือกกิจกรรมที่ทำได้ดีมาวิเคราะห์หาเหตุ/ปัจจัยว่าเพราะอะไรถึงทำได้ดีหรือทำสำเร็จ พร้อมใส่สัญลักษณ์ว่าเป็นเพราะตัวเราเอง หรือเกิดจากเหตุอื่น/คนอื่น

14.ทีมวิทยากรสอบถามจากแต่ละหมู่บ้าน เขียนสรุปเป็นภาพรวมบนฟลิปชาร์ททั้งจุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และอุปสรรค     
 
วิทยากรเชื่อมโยงให้เห็นว่า กระบวนการที่เราทำเป็นการ”มองตัวเอง” เป็นการวิเคราะห์ให้เห็นศักยภาพของตัวเรา เพื่อจะนำไปสู่การหาแนวทางการพัฒนากลุ่มสตรีของบ้านเราต่อไปว่า..
             -จุดอ่อนของเราเป็นเรื่องอะไรบ้าง เพราะอะไร จะต้องปรับปรุงแก้ไขพัฒนาอย่างไรบ้าง..
            -ที่เป็นปัญหาอุปสรรคจากคนอื่นมากระทบ จะต้องทำอย่างไร..
            -แล้วสิ่งดีๆที่มีอยู่เป็นอยู่..จะรักษาไว้หรือจะต้องทำให้ดีขึ้น ต่อยอดอย่างไร..
            -โอกาสดีๆ จะเอามาเสริมมาพัฒนาอย่างไรได้บ้าง..
15.แจกบัตรคำให้ทุกคน..วิทยากรให้ประเด็นว่า จากที่ได้วิเคราะห์ตัวเอง..เห็นศักยภาพของกลุ่มสตรีในหมู่บ้านชุมชนของตนเองแล้ว “ท่านอยากจะทำอะไรหรืออยากจะทำอย่างไรบ้าง?” (คำตอบอาจเขียนออกมาเป็นแนวทาง เป็นแผนงาน หรือออกมาเป็นกิจกรรม/โครงการ ก็ได้ )
16.วิทยากรให้แต่ละคนพูดตามบัตรคำที่เขียน ทีมงานจับประเด็นขึ้นฟลิปชาร์ท  จัดกลุ่มเป็นแผนงาน 3 ด้าน คือ   1.ด้านการส่งเสริมอาชีพ  2.การส่งเสริมสวัสดิการสมาชิก 3.การพัฒนาศักยภาพองค์กรสตรี
วิทยากรสอบถามเพิ่มเติมว่า แต่ละแนวทางหรือกิจกรรมที่อยากทำนั้น ถ้าจะทำเป็นโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จะทำโครงการอะไรได้บ้าง..สรุปเชื่อมโยงให้มองเห็นกิจกรรม/โครงการครอบคลุมทุกด้าน และเป็นโครงการที่มาจากการวิเคราะห์ข้อมูล/ศักยภาพองค์กรสตรีร่วมกันด้วย
17. แนะนำการเขียนโครงการด้วยวีซีดี และบรรยายเพิ่มเติมในแต่ละขั้นตอน แจกกระดาษเอ4 ให้แต่ละหมู่บ้านฝึกทักษะการเขียนโครงการ โดยทำแต่ละขั้นตอนไปพร้อมๆกันทุกหมู่บ้าน มีทีมวิทยากรเป็นพี่เลี้ยงโดยเริ่มตั้งแต่..ให้ตอบคำถามเหล่านี้มาเรียบเรียงเขียนเป็นโครงการ..
            1. ชื่อโครงการ (จะทำอะไร ที่ไหน..)
            2. ผู้รับผิดชอบโครงการ (ใครเป็นคนสำคัญที่ต้องดูแลเรื่องนี้...เช่น กรรมการพัฒนาบทบาทสตรี)
            3. หลักการและเหตุผล (ทำไมถึงต้องทำโครงการนี้...โดยให้วิเคราะห์สถานการณ์ความเป็นมาเป็นไป..เหตุผลความจำเป็นที่จะต้องทำ หรือปัญหาที่ที่เกิดขึ้น และถ้าไม่ทำโครงการนี้ขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น   4.วัตถุประสงค์ (ทำเพื่อให้ได้อะไร..)
            5.เป้าหมาย (ผลที่หวัง..เป็นใครกี่คน/กลุ่ม/แห่ง)
6.วิธีการ/ขั้นตอนดำเนินงาน..(ทำอย่างไร..ตั้งแต่เริ่มต้น จนเสร็จสิ้นโครงการ..และต้องตอบวัตถุประสงค์ได้ทุกข้อ)
7.สถานที่ดำเนินการ
8.งบประมาณ..(บอกค่าใช้จ่ายและแหล่งงบประมาณ)
9.ระยะเวลาดำเนินการ..(ทำเมื่อไร..ตั้งแต่เริ่มถึงเสร็จสิ้นโครงการ)
10.ผลที่คาดว่าจะได้รับ..(อะไรจะเกิดขึ้นบ้างเมื่อได้ทำโครงการนี้)

 18.ให้ตัวแทนกรรมการพัฒนาบทบาทสตรี 2-3 หมู่บ้าน นำเสนอรายละเอียดโครงการ..ให้ที่ประชุมแลกเปลี่ยนซักถาม วิทยากรแนะนำเพิ่มเติม..
19.สรุปทบทวนกระบวนการทั้งหมด เน้นให้ความสำคัญเรื่องการมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ข้อมูลเพราะโครงการที่ทำ..ต้องมาจากการมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ตัวเองของกลุ่มสตรี .เพราะผลจากการวิเคราะห์ตัวเอง วิเคราะห์ศักยภาพนั้น จะเป็นหลักการและเหตุผลในการเขียนโครงการนั่นเอง
          -ข้อคิดในการทำโครงการ..ควรเริ่มต้นคิด/ทำกิจกรรม/โครงการจากสิ่งที่เรามีหรือทำได้ดีทำได้สำเร็จ(คือมีทุนเดิมอยู่)..เพราะจะทำได้ง่ายสำเร็จ..ภาคภูมิใจ..แต่ถ้าคิดทำแต่กิจกรรม/โครงการใหม่ๆ จะยาก ทำให้เราท้อถอยหรือถอดใจได้..
20.วิทยากรชวนแลกเปลี่ยนในประเด็น อบรมเสร็จแล้วจะกลับไปทำในพื้นที่ได้หรือไม่...คิดว่าจะทำได้มากน้อยขนาดไหน ..หนักใจตรงไหนอย่างไร..จะเริ่มต้นอย่างไร..หรืออยากให้ใครช่วยในประเด็นไหน ฯลฯ..เพื่อให้เห็นว่า การอบรมในวันนี้เป็นเพียงการฝึกทักษะเตรียมความพร้อมให้กับกรรมการฯ ที่จะได้นำทักษะ/กระบวนการฯไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาบทบาทสตรีของหมู่บ้าน/ชุมชนของตนเองต่อไป.

                                                                                               ทีมวิทยากรศูนย์ฯลำปาง
                                                                               1.อัญชลี ป่งแก้ว     2.ดวงธิดา อำนาจผูก 
                                                                               3.ธาดา ธีระวาทิน   4.วิชัย ศรีสวัสดิ์
                                                                                                  25 ตุลาคม 2555