วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เวทีจัดการความรู้กองทุนแม่ของแผ่นดิน..ที่ อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง

                       ทีมศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง มีโอกาสไปสนับสนุนพื้นที่อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ด้วยการเป็นวิทยากรกระบวนการ  กิจกรรมการจัดการความรู้กองทุนแม่ของแผ่นดินแก้ไขปัญหายาเสพติด ณ องค์การบริหารส่วนตำบลวังซ้าย ในวันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2556

                       หลังจากที่คุณวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ นายอำเภอวังเหนือ ได้มอบแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยหมู่บ้าน/ชุมชน ให้กับหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินทั้ง 15 หมู่บ้าน จำนวน 40 คนแล้ว 
พัฒนาการอำเภอวังเหนือ คุณพิเชฏฐ์ อาจสามารถ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมในวันนี้ เพื่อกำหนดเป็นแผนการดำเนินงานหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินของอำเภอวังเหนือต่อไป




เวทีแลกเปลี่ยนเพื่อจัดการความรู้..หมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน
โดย.....ทีมวิทยากรศูนย์ฯลำปาง
          ทีมงานศูนย์ฯลำปางวันนี้ ไปด้วยกันสี่คน แบ่งหน้าที่กันทำ โดยมีคนเดินเวทีหลัก 1 คนและผู้ช่วย 1 คน อีก 2 คนจับประเด็นจากเวทีเขียนเป็น mind map โดยกำหนดประเด็นคำถามหลักๆและคำถามรองไว้กันล่วงหน้าแล้ว ทีมงานตกลงร่วมกันว่า เวทีวันนี้จะไม่ใช้คำว่า “เวทีจัดการความรู้” และก็จะไม่พูดคำว่า “เวทีถอดบทเรียน” เพราะทั้งสองคำ ไม่ว่าจะเป็น จัดการความรู้ หรือ ถอดบทเรียน ล้วนเป็นคำยากและไม่ใช่ภาษาท้องถิ่น..ซึ่งคงต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจความหมาย แต่เราจะพูดกันง่ายๆถึงสถานการณ์การดำเนินงานของหมู่บ้านกองทุนแม่ฯ ของอำเภอวังเหนือ ตั้งแต่ปี 2548 มาจนถึงปี 2555/2556 ว่ามีแนวคิดแนวทางในการทำงานกันอย่างไร ผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้น รวมทั้งปัจจัยความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกัน เป็นเครือข่ายหมู่บ้านกองทุนแม่ของอำเภอวังเหนือต่อไป

เริ่มต้นง่ายๆ..คิด เขียน..อ่าน..และติด..
              เราเริ่มต้นจากบัตรคำ ให้กรรมการกองทุนแม่ฯเขียนชื่อกองทุนแม่ของแต่ละบ้าน พร้อมกับให้บอก”เป้าหมายหลักๆ”ของกองทุนแม่ฯหมู่บ้านของท่าน..คิดแล้วเขียน-อ่านที่เขียน.และนำมาติดบนกระดาษฟลิปชาร์ท ทีมศูนย์ฯชี้ให้ตระหนักถึงเป้าหมายของการทำงานทุกครั้งและทุกๆเรื่อง..ทำอะไรต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัด เพราะ..เมื่อวางเป้าหมายร่วมกันชัดแล้ว..กรรมการกองทุนแม่ของแผ่นดินก็จะมีโจทย์ร่วมกันต่อไปว่า จะต้องทำอะไรบ้างเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นๆ
-เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด
-เพื่อเฝ้าระวังคนในชุมชนให้ห่างไกลยาเสพติด
-เพื่อส่งเสริมอาชีพคนในชุมชน
-เพื่อช่วยเหลือคนยากจนในชุมชน
-เพื่อสร้างสวัสดิการในชุมชน
-เพื่อสร้างความสามัคคีในชุมชน
-ฯลฯ


...ซึ่งแต่ละหมู่บ้านกองทุนแม่ต่างมีเป้าหมายที่แตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละชุมชน แต่เป้าหมายหลักๆที่เหมือนกันคือ ระดมกองทุนในการจัดกิจกรรมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน



เริ่มชวนกันพูดคุยแลกเปลี่ยนตามประเด็นที่เตรียมไว้..



สรุปประเด็นแลกเปลี่ยนด้วยแผนที่ความคิด
           แน่นอนว่า..การแลกเปลี่ยนในเวทีไม่ใช่การถามตอบหรือเป็นแค่การให้คนในเวทีซึ่งเป็นประธานและกรรมการกองทุนแม่ฯ เปลี่ยนกัน “เล่าเรื่อง”การดำเนินงานที่ผ่านมา..

แต่ ความรู้ที่เกิดขึ้น(ใหม่) ระหว่างปฏิบัติงาน/ขับเคลื่อนกองทุนแม่ในหมู่บ้าน/ชุมชน ไม่ว่ากิจกรรมนั้นๆจะสำเร็จ/ทำได้ดี หรือ ล้มเหลว..หรือทำได้ไม่ดีนัก หรือมีปัญหาอุปสรรค ข้อจำกัดต่างๆ แต่ประสบการณ์หรือบทเรียนที่กรรมการ/คนทำงานได้รับคือ “ความรู้” ที่ทั้ง 15 กองทุนแม่ฯได้มีเวทีแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ จะได้เป็นแนวทางในการปรับปรุง ประยุกต์ใช้ หรือ ต่อยอดการดำเนินงานของกองทุนแม่ฯให้บรรลุเป้าหมาย/วัตถุประสงค์ของแต่ละหมู่บ้าน/ชุมชนต่อๆไป



สุดท้ายในเวทีฯ เป็นประเด็นวิเคราะห์ร่วมกัน ต่อเนื่องจากผลสรุปที่เป็นข้อจำกัด    ปัญหาอุปสรรคจาก mind map ในประเด็นข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น และแนวทางการทำงานร่วมกันของเครือข่ายทั้ง 15 หมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน..ที่อำเภอวังเหนือ..
-จัดอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจการดำเนินงานกองทุนแม่ฯ
-ศึกษาดูงานหมู่บ้านกองทุนแม่ฯที่ประสบความสำเร็จ
-ขับเคลื่อนกองทุนแม่ร่วมกันเป็นเครือข่ายฯ
-สร้างทีมงานกองทุนแม่ให้มีความหลากหลายในการทำงาน
-ประธานกองทุนแม่ควรเป็นผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีความน่าเชื่อถือ เสียสละและมีความรู้
-ให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นที่ปรึกษากองทุนฯ
-กรรมการกองทุนแม่ฯ เมื่อได้รับการอบรมแล้ว ควรสามารถถ่ายทอดต่อให้ชุมชนเข้าใจได้
-ภาครัฐ/องค์การบริหารส่วนตำบลสนับสนุนการขับเคลื่อน/ให้ความรู้/งบประมาณฯ
-เสนอขอรับเงินพระราชทาน(เงินขวัญถุง)ที่จังหวัด
-จัดกิจกรรมเข้าค่ายให้กับเยาวชน
-ออกกฎหมายให้มีบทลงโทษที่เด็ดขาด
-เพิ่มความถี่ในการตรวจตราเรื่องยาเสพติด
-ตัดต้นตอ/แก้ไขปัญหาจากต้นตอ เพื่อลดการแพร่ระบาดยาเสพติด
          ฯลฯ


                        ถ้ากองทุนแม่ฯ เป็นทุนเริ่มต้นของความดีงามในหมู่บ้านชุมชนแล้ว..  เวทีจัดการความรู้ในครั้งนี้ คงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินของคนอำเภอวังเหนือ.ด้วยเช่นกัน...
                                                   

 ขอร่วมชื่นชมความดีงามและเป็นกำลังใจให้คนทำงานทุกท่าน
                        ทีมงานศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง

                                                         *นางอัญชลี ป่งแก้ว     นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ
                                                         *นายธาดา ธีระวาทิน   นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ
                                                         *นายไกรฤกษ์ มูลเมือง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ
                                                         * นางสาววชิรญาณ์ แย้มเยื้อน นักทรัพยากรบุคคล                                                                                                 
                                                                                         5 มิถุนายน 2556


                                              






วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ผู้แทนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีด้านการจัดทำแผนพัฒนาสตรีและฝึกทักษะการเขียนโครงการ



ทีมงานศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง  ได้รับการประสานงานจากพัฒนาการอำเภอทุ่งหัวช้าง ให้ทำหน้าที่เป็นวิทยากรสนับสนุนการเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้านการจัดทำแผนพัฒนาสตรีและฝึกทักษะเทคนิคการเขียนโครงการ ให้แก่กรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจาก 35 หมู่บ้านๆละ 2 คน รวม 70 คน  ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอทุ่งหัวช้าง อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน ในวันที่ 25 ตุลาคม 2555  ทำให้ได้ข้อคิดดีๆ จากการจัดกระบวนการเตรียมความพร้อมให้แก่กรรมการกองทุนฯ ในครั้งนี้

ท่านนายอำเภอสุภาพรรณ บุญถนอม ให้ข้อคิดในการทำงานแก่กรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีอำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน ว่า “อย่าคิดว่าเราเป็นผู้หญิง..แต่ให้คิดว่าเราทำหน้าที่อะไร? เราจะต้องทำอะไรบ้าง..อย่าคิดว่าเพราะเป็นผู้หญิงจะทำงานแบบผู้ชายไม่ได้ ..ให้เชื่อมั่นว่าเราทำได้ ทำได้ดีด้วย เพราะผู้หญิงมีจิดใจที่ละเอียดอ่อนกว่า..ในการมองเรื่องราวต่างๆ..ไม่อย่างงั้นจะเป็นผู้นำในครอบครัวได้อย่างไรฯ ”


กระบวนการที่ใช้...

1.แนะนำตัว ละลายพฤติกรรม สร้างความสัมพันธ์  บอกวัตถุประสงค์ กระบวนการ และข้อตกลงร่วมกันเพื่อให้กระบวนการบรรลุวัตถุประสงค์การฝึกอบรม
2.ชวนคุยเรื่องของผู้หญิงในหมู่บ้าน ในภาพรวมๆจากอดีตมาถึงปัจจุบันซึ่งเปลี่ยนแปลงไป ชี้ให้เห็นความสำคัญของผู้หญิงในบทบาทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทุกมิติ..ครอบครัว การศึกษา ศาสนา การเมืองการปกครอง สุขภาพสุขภาวะของชุมชน ประเพณีวัฒนธรรม สังคม..
3.ตั้งประเด็นคำถามเริ่มต้นง่ายๆ..พวกเราผู้หญิง..แม่บ้าน ทำอะไรกันบ้างในหมู่บ้านชุมชนของเรา ทีมวิทยากรเก็บทุกคำตอบขึ้นฟลิปชาร์ท จัดกลุ่มกิจกรรม/งานที่ทำเป็นกลุ่ม/ด้าน
4.วิทยากรชวนคุยในแต่ละกิจกรรมที่ทำนั้น(เลือกเฉพาะประเด็นหรือกิจกรรมที่สำคัญๆ) ว่าทำอย่างไรกันบ้าง จุดเน้นให้เห็นถึงวิธีการทำงาน เห็นความสำเร็จ หรือไม่สำเร็จอย่างไร ปัญหาอุปสรรคคืออะไร มีใครมาช่วยสนับสนุนมาเกี่ยวข้องบ้างฯลฯ
5.แจกกระดาษฟลิปชาร์ท ให้กรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีทุกหมู่บ้าน ได้วิเคราะห์ตัวเองตามประเด็นคือ พับครึ่งฟลิปชาร์ท ซีกซ้ายให้เขียนกิจกรรมหรืองานที่ทำได้ดี ภาคภูมิใจ ทำสำเร็จ ส่วนซีกขวาให้เขียนเรื่อง/งานหรือกิจกรรมที่ทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ หรือทำได้ไม่ดี..


6.ทีมวิทยากรสอบถามภาพรวมของงาน/กิจกรรมที่ทำได้สำเร็จและไม่สำเร็จ เขียนบนฟลิปชาร์ทและให้กรรมการฯ เพิ่มเติม
7.วิทยากรเลือกกิจกรรมที่ประสบความสำเร็จมา 1 กิจกรรม ตั้งคำถามว่าทำอย่างไรถึงทำกิจกรรมนี้ได้ดี เพราะอะไร มีปัจจัย/เงื่อนไขอะไรมาเกี่ยวข้อง หรือมาช่วยสนับสนุนให้ทำสำเร็จบ้าง เขียนลงบนฟลิปชาร์ท
8.วิทยากรตั้งคำถามต่อว่า แต่ละคำตอบหรือเหตุผล/ปัจจัยที่มาสนับสนุนให้ทำได้ดีหรือสำเร็จนั้น ให้ช่วยกันวิเคราะห์ดูว่าปัจจัย/เงื่อนไขอะไรบ้าง..เกิดขึ้นจากตัวเราเอง(กลุ่มสตรี) ใส่สัญลักษณ์ไว้ ( ) อะไรเกิดจากคนอื่น เหตุอื่นช่วยสนับสนุน ทำสัญลักษณ์ไว้หน้าคำตอบ ()  เช่น...

                           มีการประชุมปรึกษากันก่อนจะทำ...
                          กลุ่มมีความรักความสามัคคีกัน
                        ผู้ใหญ่บ้านให้ความสำคัญ
                        มีหน่วยงาน...มาให้คำแนะนำ
วิทยากรชี้ให้เห็นถึงข้อดีหรือจุดแข็ง และโอกาสดีๆ ที่มาเสริม/สนับสนุนกลุ่มสตรีในหมู่บ้านชุมชน
9.วิทยากรเลือกกิจกรรมที่ไม่ประสบความสำเร็จมา 1 กิจกรรม ตั้งคำถามว่าทำไมถึงทำกิจกรรมนี้ได้ไม่ดี เพราะอะไร มีปัจจัย/เงื่อนไขอะไรมาเป็นปัญหาอุปสรรค หรือทำให้ทำได้ไม่ดี ไม่สำเร็จ เขียนลงบนฟลิปชาร์ท
10.แต่ละคำตอบ หรือปัญหาอุปสรรคนั้น เกิดจากตัวเราเอง(กลุ่มสตรี) หรือเกิดจากเหตุอื่น/คนอื่น ให้ใส่สัญลักษณ์   เช่น
                            ต่างคนต่างทำ ไม่พูดคุยกัน (จุดอ่อน)
                          หมู่บ้านอยู่ห่างไกล (อุปสรรค)
วิทยากรชี้ให้เห็นถึงข้อเสียหรือจุดอ่อนของกลุ่มสตรี และอุปสรรค ข้อจำกัด ที่ส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรมนั้นๆ


12.แจกกระดาษฟลิปชาร์ทแผ่นที่สองให้ทุกหมู่บ้าน เลือกกิจกรรมที่ทำได้ดีมาวิเคราะห์หาเหตุ/ปัจจัยว่าเพราะอะไรถึงทำได้ดีหรือทำสำเร็จ พร้อมใส่สัญลักษณ์ว่าเป็นเพราะตัวเราเอง หรือเกิดจากเหตุอื่น/คนอื่น
13.แจกกระดาษฟลิปชาร์ทแผ่นที่สามให้ทุกหมู่บ้าน เลือกกิจกรรมที่ทำได้ดีมาวิเคราะห์หาเหตุ/ปัจจัยว่าเพราะอะไรถึงทำได้ดีหรือทำสำเร็จ พร้อมใส่สัญลักษณ์ว่าเป็นเพราะตัวเราเอง หรือเกิดจากเหตุอื่น/คนอื่น

14.ทีมวิทยากรสอบถามจากแต่ละหมู่บ้าน เขียนสรุปเป็นภาพรวมบนฟลิปชาร์ททั้งจุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส และอุปสรรค     
 
วิทยากรเชื่อมโยงให้เห็นว่า กระบวนการที่เราทำเป็นการ”มองตัวเอง” เป็นการวิเคราะห์ให้เห็นศักยภาพของตัวเรา เพื่อจะนำไปสู่การหาแนวทางการพัฒนากลุ่มสตรีของบ้านเราต่อไปว่า..
             -จุดอ่อนของเราเป็นเรื่องอะไรบ้าง เพราะอะไร จะต้องปรับปรุงแก้ไขพัฒนาอย่างไรบ้าง..
            -ที่เป็นปัญหาอุปสรรคจากคนอื่นมากระทบ จะต้องทำอย่างไร..
            -แล้วสิ่งดีๆที่มีอยู่เป็นอยู่..จะรักษาไว้หรือจะต้องทำให้ดีขึ้น ต่อยอดอย่างไร..
            -โอกาสดีๆ จะเอามาเสริมมาพัฒนาอย่างไรได้บ้าง..
15.แจกบัตรคำให้ทุกคน..วิทยากรให้ประเด็นว่า จากที่ได้วิเคราะห์ตัวเอง..เห็นศักยภาพของกลุ่มสตรีในหมู่บ้านชุมชนของตนเองแล้ว “ท่านอยากจะทำอะไรหรืออยากจะทำอย่างไรบ้าง?” (คำตอบอาจเขียนออกมาเป็นแนวทาง เป็นแผนงาน หรือออกมาเป็นกิจกรรม/โครงการ ก็ได้ )
16.วิทยากรให้แต่ละคนพูดตามบัตรคำที่เขียน ทีมงานจับประเด็นขึ้นฟลิปชาร์ท  จัดกลุ่มเป็นแผนงาน 3 ด้าน คือ   1.ด้านการส่งเสริมอาชีพ  2.การส่งเสริมสวัสดิการสมาชิก 3.การพัฒนาศักยภาพองค์กรสตรี
วิทยากรสอบถามเพิ่มเติมว่า แต่ละแนวทางหรือกิจกรรมที่อยากทำนั้น ถ้าจะทำเป็นโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จะทำโครงการอะไรได้บ้าง..สรุปเชื่อมโยงให้มองเห็นกิจกรรม/โครงการครอบคลุมทุกด้าน และเป็นโครงการที่มาจากการวิเคราะห์ข้อมูล/ศักยภาพองค์กรสตรีร่วมกันด้วย
17. แนะนำการเขียนโครงการด้วยวีซีดี และบรรยายเพิ่มเติมในแต่ละขั้นตอน แจกกระดาษเอ4 ให้แต่ละหมู่บ้านฝึกทักษะการเขียนโครงการ โดยทำแต่ละขั้นตอนไปพร้อมๆกันทุกหมู่บ้าน มีทีมวิทยากรเป็นพี่เลี้ยงโดยเริ่มตั้งแต่..ให้ตอบคำถามเหล่านี้มาเรียบเรียงเขียนเป็นโครงการ..
            1. ชื่อโครงการ (จะทำอะไร ที่ไหน..)
            2. ผู้รับผิดชอบโครงการ (ใครเป็นคนสำคัญที่ต้องดูแลเรื่องนี้...เช่น กรรมการพัฒนาบทบาทสตรี)
            3. หลักการและเหตุผล (ทำไมถึงต้องทำโครงการนี้...โดยให้วิเคราะห์สถานการณ์ความเป็นมาเป็นไป..เหตุผลความจำเป็นที่จะต้องทำ หรือปัญหาที่ที่เกิดขึ้น และถ้าไม่ทำโครงการนี้ขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น   4.วัตถุประสงค์ (ทำเพื่อให้ได้อะไร..)
            5.เป้าหมาย (ผลที่หวัง..เป็นใครกี่คน/กลุ่ม/แห่ง)
6.วิธีการ/ขั้นตอนดำเนินงาน..(ทำอย่างไร..ตั้งแต่เริ่มต้น จนเสร็จสิ้นโครงการ..และต้องตอบวัตถุประสงค์ได้ทุกข้อ)
7.สถานที่ดำเนินการ
8.งบประมาณ..(บอกค่าใช้จ่ายและแหล่งงบประมาณ)
9.ระยะเวลาดำเนินการ..(ทำเมื่อไร..ตั้งแต่เริ่มถึงเสร็จสิ้นโครงการ)
10.ผลที่คาดว่าจะได้รับ..(อะไรจะเกิดขึ้นบ้างเมื่อได้ทำโครงการนี้)

 18.ให้ตัวแทนกรรมการพัฒนาบทบาทสตรี 2-3 หมู่บ้าน นำเสนอรายละเอียดโครงการ..ให้ที่ประชุมแลกเปลี่ยนซักถาม วิทยากรแนะนำเพิ่มเติม..
19.สรุปทบทวนกระบวนการทั้งหมด เน้นให้ความสำคัญเรื่องการมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ข้อมูลเพราะโครงการที่ทำ..ต้องมาจากการมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ตัวเองของกลุ่มสตรี .เพราะผลจากการวิเคราะห์ตัวเอง วิเคราะห์ศักยภาพนั้น จะเป็นหลักการและเหตุผลในการเขียนโครงการนั่นเอง
          -ข้อคิดในการทำโครงการ..ควรเริ่มต้นคิด/ทำกิจกรรม/โครงการจากสิ่งที่เรามีหรือทำได้ดีทำได้สำเร็จ(คือมีทุนเดิมอยู่)..เพราะจะทำได้ง่ายสำเร็จ..ภาคภูมิใจ..แต่ถ้าคิดทำแต่กิจกรรม/โครงการใหม่ๆ จะยาก ทำให้เราท้อถอยหรือถอดใจได้..
20.วิทยากรชวนแลกเปลี่ยนในประเด็น อบรมเสร็จแล้วจะกลับไปทำในพื้นที่ได้หรือไม่...คิดว่าจะทำได้มากน้อยขนาดไหน ..หนักใจตรงไหนอย่างไร..จะเริ่มต้นอย่างไร..หรืออยากให้ใครช่วยในประเด็นไหน ฯลฯ..เพื่อให้เห็นว่า การอบรมในวันนี้เป็นเพียงการฝึกทักษะเตรียมความพร้อมให้กับกรรมการฯ ที่จะได้นำทักษะ/กระบวนการฯไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาบทบาทสตรีของหมู่บ้าน/ชุมชนของตนเองต่อไป.

                                                                                               ทีมวิทยากรศูนย์ฯลำปาง
                                                                               1.อัญชลี ป่งแก้ว     2.ดวงธิดา อำนาจผูก 
                                                                               3.ธาดา ธีระวาทิน   4.วิชัย ศรีสวัสดิ์
                                                                                                  25 ตุลาคม 2555
                                 
 

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555

บทอำลาข้าราชการธรรมดาสามัญผู้เกษียณอายุราชการ


ลาที่ มิใช่ลาก่อน ; บทอำลาข้าราชการธรรมดาสามัญผู้เกษียณอายุราชการ


            ตลอดเวลาในการทำงานสังกัดกรมการพัฒนาชุมชน ผมรู้สึกว่าวันคืนที่นี่ผ่านไปเร็วมาก  วันหนึ่งผมก็รู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องกล่าวคำอำลาเวทีแห่งนี้กับคนรอบข้างอย่างเป็นทางการเมื่อวันเกษียณอายุราชการของผมมาถึง  ชีวิตในสำนักงานและงานภาคสนามที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งที่ผมได้เลือกมาอยู่ทำงานระหว่างที่นี่กับจังหวัดน่านอีกจังหวัดหนึ่ง ขณะที่ทำงานในส่วนกลางกรุงเทพนั้น ไม่ได้ทำให้ผมผิดหวังเลย แม้แต่น้อย

            ที่เชียงราย ผมสัมผัสได้กับความสุขความอบอุ่นที่พอจะรู้สึกได้ ด้านหนึ่งเพราะผมยังมีเพื่อนร่วมงาน มิตรสหายที่ดีอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงยังมีระบบของเจ้านายคอยร่วมทำงาน ซึ่งบางครั้ง หรือในอดีต  คนเหล่านี้ก็ร่วมฝันกับผมบ้าง ปฏิเสธความฝันผมบ้าง มีปฎิกริยาที่รุนแรงต่อผมบ้าง ผมก็ไม่ว่าอะไร  ประการต่อมา อากาศ บรรยากาศสิ่งแวดล้อมที่เชียงรายช่างเป็นใจ ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย สนุก ได้พบหาผู้คน มีเวลาอ่านหนังสือดีๆ ออกกำลังกาย ท่องเที่ยว  ตื่นตัวพร้อมทำงานท้าทายตามสไตล์ของผมบ้างหรืออย่างบูรณาการร่วมกันบ้าง  ที่สำคัญทำให้ผมมีโอกาสทำงานช่วยเหลือ แบ่งปันแรงกาย ความรู้ความสามารถที่พอจะมีแก่ผู้อื่นในสังคมนี้ได้
            ผมยังมีความหวังอยู่เช่นเดิมว่า คนอื่นๆที่ยังคิดเหมือนผมบ้าง และต่างบ้าง หากยังไม่ท้อแท้และหยุดคิดเรื่องการทำงานร่วมมือกันแบบจริงจัง แบบมองเห็นอนาคตของสังคมส่วนใหญ่  คงทำให้สังคมนี้มีความสงบสุข น่าอยู่ยิ่งขึ้น
            ประมาณ ๓๐ ปีของการทำงานเยี่ยงข้าราชการธรรมดาสามัญชั้นผู้น้อย เมื่อถึงวันนี้ผมก็พอใจแล้ว  เพราะผมลองคิดเชิงทุนทางสังคมถึงสิ่งที่ผมได้รับจากหน่วยงานและจากสังคมนี้ซึ่งได้ส่งมอบให้ผม  ทั้งแบบตั้งใจและมิได้ตั้งใจก็ตาม ก็นับว่ามีมากกว่าที่จะตีราคาเป็นเงินได้  ดังนั้นผมจึงไม่นำตัวเองไปเปรียบเทียบกับเพื่อนอีกหลายคน  ที่ผ่านมาการทำงานของผมไม่มีอำนาจพิเศษคอยช่วยเหลือ แต่สิ่งที่ผมได้รับจนสรุปได้เป็นความพอใจได้นั้น บางทีอาจเป็นเพราะ ผมยังมีความเชื่อเรื่องความดีงาม ความซื่อสัตย์ยุติธรรมอยู่บ้าง  หรืออีกด้านหนึ่ง อาจเป็นเพราะผมมีความกล้าหาญพอที่จะแสดงตัวตน และจุดยืนเชิงสังคม แม้บ่อยครั้งต้องผ่านประสบการณ์ที่เจ็บปวดผมก็อดทนได้ อย่าตำหนิผมเลยนะแม้ว่าที่ผ่านมาท่านจะเห็นพฤติกรรมแปลกๆของผมบ้าง  เพราะผมถูกฝึกให้รู้จักการช่วยเหลือตัวเอง เรียนรู้ด้วยตัวเองมากกว่าคิดถึงการพึงพาผู้อื่น หยิ่งในศักดิ์ศรี  ด้วยบรรพบุรุษของผมก็พร่ำ สั่งสอนผมไว้
            ความรู้สึกสุข หรือทุกข์ใดๆของผมในวันนี้ หากจะมีแบบใดในวันพรุ่งนี้   ไม่มีใครคอยจัดให้เป็นพิเศษ นอกจากคิดว่าได้พยายามทำงานหนักเพื่อการพัฒนาตัวเองก็เท่านั้น ผมเห็นสิ่งท้าทายข้างหน้าอยู่ตลอดเวลาในการทำงานช่วยเหลือตนเองโดยไม่ต้องพึงพาคนอื่นมากนัก  และหากมีพลังเหลือเฟือก็ไม่เคยลืมแบ่งปันให้คนอื่น หรือด้อยโอกาสกว่าผมในสังคมนี้ การใช้ชีวิตในองค์กรนี้ บางทีผมรักจะค้นหาว่า หน่วยงานมีอะไร หรือช่องทางไหนที่ผมจะช่วยหน่วยงานได้บ้าง มากกว่าที่จะคอยคาดหวังอะไรมากมายจนเกินความเข้าใจตัวเอง
            อีกครั้ง ขอขอบคุณน้องๆ หรือพี่ตามลำดับความดีที่ผมนิยามเรียก ถึงเวลาลาโรงสำหรับผมแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่ผมจะขออโหสิจากท่านอีก เพราะปรกติผมไม่คิดร้ายใครจึงคิดว่าไม่จำเป็น อีกทั้งผมไม่ต้องการขอบคุณอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ไม่ต้องการขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นักการเมืองหรือผู้ใดเป็นพิเศษ
            แต่ขอขอบคุณเพื่อนร่วมงาน ผู้ร่วมอุดมการณ์ ผู้ร่วมสุขและร่วมทุกข์ในการทำงานที่จังหวัดเชียงราย  หรือที่อื่นๆก็ตาม  ที่ทำให้เราได้พบกัน เข้ามาสัมพันธ์เกี่ยวข้องและได้เรียนรู้กันด้วยภาระหน้าที่การงานครั้งหนึ่ง   ขอสัญญาว่าที่ชีวิตที่เหลือ จะยาวหรือสั้นก็ตาม  นับจากวันพรุ่งนี้ เราจะช่วยกันดูแลสังคมให้เหมือน หรือเท่าๆกับที่เราพยายามทำกับตัวเราต่อไป  คิดถึงผมบ้างบางเวลา ดูแลสุขภาพของท่านและคนข้างเคียงและสู้ต่อไปกับงานหนักที่รออยู่ข้างหน้า

                                                                                                 ขอคารวะด้วยรักและนับถือ
บุญส่ง เวศยาสิรินทร์  ณ วันศุกร์ที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย
บ้าน: ๑๐๗ หมู่ ๖ ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน โทร. ๐๕๓-๕๖๐๒๔๓, ๐๘๖-๗๒๘๓๗๖๑