วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การนำ IT มาสนับสนุนงานพัฒนาชุมชน(นายยุทธภูมิ นามวงศ์)

ชื่อเรื่อง การนำ IT มาสนับสนุนงานพัฒนาชุมชน
เจ้าของความรู้ นายยุทธภูมิ นามวงศ์
ตำแหน่ง/สังกัด หัวหน้ากลุ่มงานสารสนเทศการพัฒนาชุมชน
สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพะเยา
เรื่องเล่า
                     การนำ IT มาสนับสนุนงานพัฒนาชุมชน ทำให้ลดเวลา ค่าใช้จ่ายและกำลังคน โดยจัดทำในรูปของสื่อเว็บไซต์ทีhttp://www.viewphayao.com/population/ ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามนโยบายของกรมการพัฒนาชุมชน ปี 2549 โครงการพัฒนาสารสนเทศชุมชน เพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารและเกิดประโยชน์ และ ตามโครงการปฏิบัติการแก้จนแบบเข้าถึงครัวเรือนทุกครัวเรือน โดยทีมงานชุดปฏิบัติการแก้จนแบบเข้าถึงครัวเรือนทุกครัวเรือน ของทุกอำเภอได้ออกปฏิบัติการเคาะประตูครัวเรือนยากจน และได้พบกับปัญหาของครัวเรือนยากจนที่สำคัญเร่งด่วนที่จะต้องให้การช่วยเหลือด้านต่างๆ มากมาย ปัญหาหนึ่งที่พบซึ่งมีความสำคัญมากก็คือ “ปัญหาการขาดโอกาสทางการศึกษาต่อและการว่างงานของบุตรหลานในครัวเรือน” สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองพะเยาได้นำข้อมูลชี้เป้าครัวเรือนยากจนที่มีรายได้ต่ำกว่า 20,000 บาท/คน/ปี ซึ่งเป็นข้อมูล จปฐ.ปี 2548 จัดทำเป็นสารสนเทศชุมชนออกเผยแพร่เพื่อขอความร่วมมือให้ความช่วยเหลือครัวเรือนยากจน ได้รับการติดต่อประสานจากภาคเอกชน โดย แพทย์หญิงภัทรา เรขตานันต์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลโกลเด้นเยียส์ กรุงเทพฯ มีนโยบายคืนกำไรสู่สังคม ติดต่อประสานขอมอบทุนทุนการศึกษาแก่เยาวชนยากจนของจังหวัดพะเยา ที่ด้อยโอกาสด้านการศึกษาต่อ เข้ารับทุนการศึกษาต่อวิชาชีพผู้ช่วยการพยาบาล หลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุ ระยะเวลา 6 เดือน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นตามโครงการ “ช่วยเหลือทุนการศึกษาแก่เยาวชนด้อยโอกาสของครัวเรือนยากจนจังหวัดพะเยา” เป็นผลงานที่มีความภาคภูมิใจ เช่น โครงการส่งน้องเรียนพยาบาล ดำเนินการรุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 3 เมษายน ถึงวันที่ 3 ตุลาคม 2549 จนถึงปัจจุบัน รุ่นที่ 7 ระหว่าง วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 – กุมภาพันธ์ 2554 อีกจำนวน 11 คน รวมทั้งสิ้น 67 คน ทำให้เยาวชนของจังหวัดพะเยา ได้จบการศึกษาวิชาการพยาบาล หลักสูตร เจ้าพนักงานผู้ช่วยพยาบาล ด้านการดูแลผู้สูงอายุ และสามารถบรรจุเข้าทำงานในเครือของโรงพยาบาลโกลเด้นเยียส์ทุกคน โดยมีรายได้ที่แน่นอน ระหว่าง 9,000 – 12,000 บาท/เดือน/คน ซึ่งกล่าวได้ว่าเยาวชนของจังหวัดพะเยาสามารถมีงานทำที่มีเกียรติในสังคม มีรายได้ที่แน่นอน ประการสำคัญก็คือรายได้ดังกล่าวจะสามารถนำไปยกระดับความยากจนของครัวเรือนของเยาวชนเอง ให้พ้นขีดความยากจนได้อย่างยั่งยืน นอกจากนั้นได้จัดทำข้อมูลต่าง ๆ ของจังหวัด เช่น ข้อมูลภูมิปัญญา การท่องเที่ยว ข่าวสารต่างๆ ของจังหวัด โดยจัดทำในรูปของสื่อเว็บไซต์ รวมทั้งจัดทำวีดีทัศน์ของหมู่บ้าน ดำเนินการโดยค้นหาข้อมูลของหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง เช่น ความเป็นมาของหมู่บ้าน จากการศึกษาดูงานรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ ในหมู่บ้าน แล้วนำจัดแบ่งหมวดหมู่รายละเอียดกิจกรรม นำมาเขียนสคริปและให้นักจัดรายการวิทยุมืออาชีพภาคเสียงประกอบ ทำให้เกิดผลงานที่ภาคภูมิใจ คือ ชุมชนบ้านบัว เป็นหมู่บ้านอำเภอเมืองจังหวัดพะเยา ชนะเลิศเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงระดับประเทศ แลชนะเลิศระดับภาค ประเภทบุคคล ของ กปร. ประเภทประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและกันดาร คือ นายผล มีศรี ซึ่งได้ดำเนินชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงทำเกษตรผสมผสาน รักษาหน้าดินโดยการปลูกหญ้าแฝก
                   ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดผลงานที่ภาคภูมิใจคือ 1.ยึดประชาชนเป็นหลัก มุ่งมั่นเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ 2.การทุ่มเทและตั้งใจสู้งาน 3.ค้นคว้าศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก IT สามารถช่วยในการทำงานให้ประสิทธิภาพและยังสามารถเป็นแผนที่นำทางให้เดินทางได้สะดวกและรวดเร็ว 
                   โดยมีเป้าหมาย 1.สร้างทีมงาน IT เพื่อให้เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนเห็นความสำคัญ และนำ IT มาช่วยในการทำงาน เพื่อลดเวลา ลดต้นทุน และลดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน สามารถปรับใช้งานได้ทุกเรื่อง 2.นำ IT ไปช่วยกลุ่ม OTOP ให้มีช่องทางการตลาด E-Commerce 3.จัดอบรมให้เจ้าหน้าที่ทุกอำเภอและหมู่บ้านOTOP จัดทำเว็บไซต์ได้จากผลงานที่เกิดความภาคภูมิใจส่งผลให้ได้รับคัดเลือกเป็นข้าราชการดีเด่น ประจำปี 2552
ข้อแนะนำ
1.เครื่องคอมพิวเตอร์ ควร Backup ข้อมูล ทุกระยะ 
2.ข้อมูลที่สำคัญไม่ควรเก็บไว้ Local Disk (C) เพื่อความปลอดภัยควรจัดเก็บข้อมูลที่สำคัญไว้ แผ่น CD/DVD จัดหมวดหมู่และระบบการเก็บข้อมูล 
3.เนื่องจาก IT มีการเปลี่ยนแปลงไวมาก ต้องศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมด้วยตนเองทางเว็บไซต์/หนังสือ
ผู้บันทึกข้อมูล....ทีมสนับสนุนจังหวัดพะเยา ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง

วันอังคารที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2553

คนศูนย์ฯ...เล่าเรื่อง....

ในการสนับสนุนและส่งเสริมให้คนในศูนย์ฯลำปาง..เรียนรู้เรื่องการจัดการความรู้ผ่านเวทีKMทุกๆเดือนนั้น..เราทำความเข้าใจร่วมกันว่า ความรู้หลักที่เป็นเป้าหมายของการจัดการความรู้ คือ ...ความรู้ฝังลึก(tacit knowledge)ซึ่งเป็นเรื่องที่จับต้องยาก..หรือจับต้องไม่ได้เลย..แลกเปลี่ยนก็ยาก..บางครั้งเจ้าตัวก็ไม่รู้ว่าตนมีความรู้นั้น.. วิธีการแลกเปลี่ยนความรู้ฝังลึกที่ได้ผล คือการเดินทางไปดูศึกษางาน...ขอให้ผู้รู้ทำให้ดู...หรือฝึกหัดทำด้วยกัน.ซึ่งเหมาะกับความรู้ที่เป็นทักษะด้านการลงมือทำ เช่น การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ...การบริหารจัดการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตฯลฯ แต่สำหรับการดำเนินงานที่ผ่านขั้นตอนซับซ้อนหลายขั้นตอน..อาจนำเทคนิคการเล่าเรื่อง(Storytelling) มาใช้..เพื่อให้เกิดความรู้สึกและบรรยากาศสบายๆ..ฉัทน์พี่น้อง..เราเริ่มต้นด้วยการจับคู่กันเป็นคู่ๆ...แล้วก็ผลัดกันเล่าประสบการณ์การทำงานที่เราทำแล้วได้เห็นผล...ประทับใจ..ภาคภูมิใจมากๆมาเล่าให้กันฟัง..( ถ้าบอกว่าให้เล่าเทคนิคการทำงานในเรื่องที่เราทำสำเร็จ..แต่ละคนจะบอกว่า..ไม่ค่อยสำเร็จหรือไม่ถึงกับสำเร็จนะ..) อีกคนก็ตั้งใจฟัง..พร้อมๆไปกับเก็บประเด็นสำคัญๆจากการฟังเพื่อนเล่าไปด้วย..แล้วค่อยนำมาเรียบเรียง รวบรวมเป็นกลุ่มๆของความรู้ที่ได้ ซึ่งอาจเป็นวิธีปฏิบัติที่นำไปสู่ความสำเร็จนั้นๆ..เป็นเทคนิค เป็นวิธีการ เป็นทักษะที่ใช้...หรือเป็นสิ่งที่ควรพึงระวัง..เป็นข้อเสนอแนะก็ได้ฯลฯ..นำเรื่องเล่า/ความรู้ที่ได้มาเผยแพร่ผ่านบล๊อกนี้..ให้พี่ให้น้องได้เข้ามาเรียนรู้ด้วย..ผิดถูกอย่างไร..ก็เชิญชวนกันแลกเปลี่ยนแนะนำกันได้นะคะ..

วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เทคนิคการประสานงานการฝึกอบรม ( ฐพัชษ์ พุทธา )


เจ้าของความรู้ นางสาวฐพัชษ์ พุทธา 
ตำแหน่ง นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการ
สังกัด ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง
วันที่บันทึกความรู้ 19 พฤษภาคม 2553
การฝึกอบรมเป็นกระบวนการในการพัฒนาคน
             เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ มีทัศนคติ ทักษะ ความชำนาญ เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ กระบวนการฝึกอบรมดังกล่าวจึงเกี่ยวข้องกับบุคคลทั้งในส่วนของ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการฝึกอบรม วิทยากร ผู้เข้ารับการฝึกอบรม สถานที่ อาหาร ดังนั้น ผู้ประสานงานการฝึกอบรมจึงเป็นบุคคลที่ทำหน้าที่เตรียมการในเรื่องของรายละเอียดในการจัดฝึกอบรม ประสานผู้เข้ารับการฝึกอบรม ประสานวิทยากรที่จะมาบรรยาย รวมทั้งดูแลและอำนวยความสะดวกในการฝึกอบรมจนการฝึกอบรมสิ้นสุดลงและบรรลุตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ จะเห็นได้ว่าผู้ประสานงานการฝึกอบรมจึงเป็นคนที่ความสำคัญในการฝึกอบรม เพราะหากประสานงานได้ดีก็จะได้งานและเจ้าหน้าที่ต่างๆ จะร่วมมือปฏิบัติงานเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันโดยสอดคล้องทั้งเวลา และกิจกรรมที่จะต้องทำเพื่อบรรลุตามวัตถุประสงค์อย่างสมานฉันท์ในการดำเนินงานให้เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่เกิดการทำงานที่ซ้ำซ้อนหรือเหลื่อมล้ำกัน และหากการประสานงานไม่ดีก็จะเกิดการขัดแย้งกัน ขาดความร่วมมือของผู้ปฏิบัติงาน เกิดความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์แสดงปฏิกิริยาตอบโต้เมื่อไม่เห็นด้วย ขาดน้ำใจที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันอันเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งและการปฏิบัติงานที่ล่าช้าส่งผลให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพและส่งผลถึงกระบวนการฝึกอบรมในที่สุด
                 จากประสบการณ์การเป็นเจ้าหน้าที่บริหารโครงการ หลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชน ปี พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๓ ที่ดำเนินการฝึกอบรม ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลำปาง ค้นพบว่าการประสานงานที่ประสบความสำเร็จ ส่วนหนึ่งมาจากตัวผู้ประสานงานเอง ศึกษาข้อมูลกำหนดประเด็นหรือวัตถุประสงค์การประสานให้ชัดเจน จัดเตรียมข้อมูล/เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประสานให้ครบถ้วน ต้องเป็นผู้ที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส อดทน ใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ให้เกียรติผู้อื่น มีศิลปะในการพูด การติดต่อสื่อสารและการโน้มน้าวจูงใจต่างๆ และผู้ประสานงานเองต้องสร้างสัมพัธภาพอันดีในการทำงานของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้มีความร่วมมือ มีการตกลงร่วมกัน ในการระดมความคิด เทคนิค วิธีการและระดมทรัพยากรมาสนับสนุนการดำเนินงาน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายเดียวกัน จะเห็นได้ว่าการประสานงานมีความสำคัญเปรียบเสมือนตัวฟันเฟื่องของเครื่องจักรที่เป็นแรงผลักให้เครื่องจักรทุกชิ้นส่วนทำงานอย่างราบรื่น การดำเนินการใดๆหากขาดการประสานงานแล้วก็เปรียบเสมือนเครื่องจักรที่ฟันเฟื่องชำรุด ส่งผลให้เครื่องจักรหยุดและพังทลายในที่สุด ดังนั้นการประสานงานจึงมีความสำคัญยิ่ง ดังคำคมที่เคยได้ยินเสมอว่า..จะประสานงาน ต้องประสานคน จะประสานคน ต้องประสานใจ..... 

ขุมความรู้ 
1. ศึกษาข้อมูล และกำหนดประเด็นหรือวัตถุประสงค์การประสานงานให้ชัดเจน 
2. แจ้งกำหนดการวันที่ เวลาและสถานที่ให้กับผู้ที่จะต้องประสานงานให้ทราบ 
3. จัดเตรียมข้อมูล/เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประสานให้ถูกต้องและครบถ้วน 
4. ผู้ประสานต้องตรงตามเวลานัดหมาย และจะต้องสื่อสารให้เข้าใจตรงกันและราบรื่น 
5. ติดตามผลการประสานงานตลอดทุกระยะ จนกว่าจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ 

ข้อพึงระวังอันเป็นเหตุที่จะให้การประสานงานเกิดความล้มเหลว 
1.การประสานงานที่ใช้อำนาจสั่งการอย่างเดียว 
2.การใช้ภาษาในการสื่อสาร 
3. ท่าทีของผู้ประสานงาน 
4. การควบคุมอารมณ์

วันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2553

โครงการ KM Home School …เยี่ยมบ้านจัดการความรู้...

สถาบันการพัฒนาชุมชน มีภารกิจในการส่งเสริมการจัดการความรู้ในองค์กร... ได้กำหนดกลยุทธ์ในการจัดระบบการจัดการความรู้ เพื่อสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้..ด้วยการสนับสนุนศูนย์ศึกษาฯ /จังหวัด / อำเภอ ..นำกระบวนการจัดการความรู้ไปปรับใช้และติดตั้ง..เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการปฏิบัติงานขับเคลื่อนโครงการ/กิจกรรมตามแผนปฏิบัติราชการให้ประสบผลสำเร็จ ตามเป้าหมายตัวชี้วัดผลผลิตตามกิจกรรม และตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ...
                   วัตถุประสงค์ 
1. เพื่อพัฒนาทักษะทีมงานจัดการความรู้ ( ของศูนย์ฯ )
 2. เพื่อส่งเสริมให้ทุกหน่วย ( ศูนย์ฯ / จังหวัด / อำเภอ ) ขับเคลื่อนกระบวนการจัดการความรู้ในการพัฒนางานตามภารกิจ ให้เกิดผลเชิงรูปธรรม
  รูปแบบการเยี่ยมบ้านจัดการความรู้ 
*ชี้แจงโครงการฯ *ให้ความรู้เรื่องการจัดการความรู้ *แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการจัดการความรู้ *การเสวนาแบบไม่เป็นทางการ การพบปะพูดคุยร่วมกัน 

                 สำหรับศูนย์ฯลำปาง...ทีมสนับสนุนการจัดการความรู้ได้ดำเนินโครงการ KM Home School...เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการความรู้ให้ 8 จังหวัด/อำเภอ และสร้างการเรียนรู้ด้วยระบบพี่เลี้ยงผ่านกระบวนการดังนี้  
1.จัดเวที KM-4 เพื่อสร้างการเรียนรู้ผ่านระบบพี่เลี้ยง..( ทีมสนับสนุน 8 จังหวัด ) 
2.ทีมสนับสนุนจังหวัด..เยี่ยมเยือนพื้นที่..ตามโครงการพัฒนาร่วมสร้าง..เส้นทางสู่ความเป็นเลิศ..ของศูนย์ฯลำปาง 
3.จัดทีมงานจัดการความรู้ของศูนย์ฯ ไปส่งเสริม สนับสนุนตามรูปแบบฯ แก่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำปาง และสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองลำปาง
4.สร้างเครือข่ายการจัดการความรู้ในงานพัฒนาชุมชนกับ 8 จังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ ผ่านระบบ OA / web blog KM ศูนย์ฯ ลำปาง/www.cdd5.com

จับคู่...เล่าเรื่อง

งานสนับสนุนการจัดการความรู้ได้เชิญชวนพี่น้องที่ศูนย์ฯมาร่วมแลกเปลี่ยนและเรียนรู้กันในเวทีKMครั้งที่4 ในวันอังคารที่ 18 พฤษภาคม 2553..โดยตั้งเป้าหมายหลักอยู่ที่การฝึกปฏิบัติทีมสนับสนุนจังหวัด ( 8 จังหวัด ) ในการดึงความรู้ในตัวคนออกมาผ่านการเล่าเรื่อง(เทคนิค Story Telling)..เดินกระบวนการในเวทีโดยเริ่มจาก... 1.ทบทวนการขับเคลื่อน KM ของศูนย์ฯลำปาง *วิสัยทัศน์ KM ของศูนย์ฯ *เน้นความรู้ในตัวคน tacit knowledge *บุคลากรศูนย์ฯ เป็นนักจัดการความรู้ 2.โครงการ KM DELIVERY 3.โครงการ KM Home School 4.เทคนิค Story Telling + /ฝึกปฏิบัติ ( ศึกษาเพิ่มเติมจาก..www.kmi.or.th) * แนะนำเทคนิคการเล่าเรื่องผ่าน ppt. *การเล่าเรื่องจะประสบผลมากน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยอย่างน้อย 3 เรื่อง คือ ผู้เล่า-ผู้รับฟัง-บรรยากาศ *ให้ทีมสนับสนุนจังหวัดจับคู่กันแล้วผลัดกันเป็นคนเล่า(ประสบการณ์การทำงานที่ประสบความสำเร็จหรือรู้สึกประทับใจภาคภูมิใจ..) และผลัดกันเป็นคนฟัง(คนฟังทำหน้าที่จับประเด็น+จดบันทึกลงบนกระดาษเอ4)… * เมื่อได้ลองฝึกปฏิบัติกันแล้ว..( บรรยากาศของแต่ละคู่..ช่วยกันสร้างบรรยากาศอย่างเป็นกันเองดีมากๆ..แล้วก็ดูเหมือนจะได้เรื่องได้ราวกันออกมาจริงๆ...) รวมตัวกันอีกครั้งเพื่อสรุป/สะท้อนความรู้สึกและผลงานจากการผลัดกันจับคู่เล่าเรื่อง..ว่า...คนเล่าจะเล่าได้ดีจะต้อง...เป็นอย่างไรบ้าง? แล้วคนฟัง+คนจดบันทึก..จะทำได้ดีจะต้องเป็นอย่างไรบ้าง? *ได้วิธีปฏิบัติ...ได้เทคนิค..ได้ทักษะ...ที่ทีมสนับสนุนจังหวัดจะนำไปปรับใช้ในการออกไปสกัดความรู้จากพี่น้อง พช.ของเราในพื้นที่ 8 จังหวัดต่อไป *ช่วยกันกำหนดประเด็นที่จะนำความรู้ในตัวพี่น้องพัฒนาชุมชน...มาเขียนเผยแพร่..มาแชร์กันต่อไป..